OPPO อัปเดต ColorOS ไม่ได้หรือค้างระหว่างติดตั้ง แก้ยังไง

ถ้า OPPO ตรวจไม่พบ ColorOS เวอร์ชันใหม่ ดาวน์โหลดอัปเดตไม่สำเร็จ หรือติดตั้งแล้วค้าง ให้ตรวจอินเทอร์เน็ต พื้นที่ว่าง และแบตเตอรี่ก่อน หากหน้าจอกำลังแสดงความคืบหน้าการติดตั้ง อย่าปิดเครื่องหรือกดปุ่มสุ่ม ให้รอจนกว่ากระบวนการจะจบ

กรณีไม่พบรายการอัปเดต ColorOS

เข้า การตั้งค่า > เกี่ยวกับอุปกรณ์ แล้วแตะแถบเวอร์ชัน ColorOS หรือเมนู การอัปเดตซอฟต์แวร์ จากนั้นเลือกตรวจสอบการอัปเดต หากยังไม่พบเวอร์ชันใหม่ อาจเป็นเพราะรุ่นหรือภูมิภาคยังไม่ได้รับอัปเดต หรือกำลังทยอยปล่อยเป็นรอบ ให้ตรวจอีกครั้งภายหลังจากเมนูทางการของเครื่อง

กรณีดาวน์โหลดอัปเดตไม่สำเร็จ

  1. ตรวจอินเทอร์เน็ต: ใช้ Wi-Fi ที่เสถียร และหลีกเลี่ยงการสลับเครือข่ายระหว่างดาวน์โหลด
  2. ตรวจพื้นที่ว่าง: ลบหรือย้ายไฟล์ที่ไม่จำเป็น โดยสำรองรูปและเอกสารสำคัญก่อน
  3. ตรวจแบตเตอรี่: ชาร์จให้เพียงพอ หรือเสียบชาร์จตามคำแนะนำบนหน้าจอ
  4. หยุดดาวน์โหลดแอปหรือไฟล์ขนาดใหญ่ชั่วคราว: เพื่อไม่ให้แย่งเครือข่ายและพื้นที่จัดเก็บ
  5. รีสตาร์ตเครื่องแล้วตรวจใหม่: จากนั้นกลับไปหน้าอัปเดตซอฟต์แวร์และลองดาวน์โหลดอีกครั้ง

พื้นที่จัดเก็บไม่พอ เครือข่ายมีปัญหา หรือแบตเตอรี่ต่ำ อาจทำให้การรับ ดาวน์โหลด หรือติดตั้ง OTA ไม่สำเร็จ :chatgpt-content-reference{index="0"}

กรณีติดตั้งแล้วค้างบนหน้าจออัปเดต

ถ้าเปอร์เซ็นต์หรือแถบสถานะยังเปลี่ยน ให้ต่อเครื่องกับที่ชาร์จและรอ อย่าปิดเครื่อง บังคับรีสตาร์ต หรือถอดแหล่งจ่ายไฟระหว่างที่ระบบกำลังติดตั้ง เพราะอาจทำให้การอัปเดตหยุดกลางคัน

หากหน้าจอไม่เปลี่ยนเป็นเวลานานและเครื่องไม่ตอบสนอง ให้ทำตามคำแนะนำของ OPPO สำหรับกรณีหน้าจอค้างระหว่างติดตั้ง โดยทั่วไปสามารถกดปุ่มเปิด/ปิดพร้อมปุ่มเพิ่มเสียงค้างประมาณ 8 วินาทีหรือจนเห็นโลโก้ OPPO เพื่อบังคับรีสตาร์ต แต่ถ้าเครื่องกลับมาค้างที่โลโก้หรือเริ่มอัปเดตวนซ้ำ อย่าลองล้างข้อมูลเอง ให้ติดต่อศูนย์บริการ :chatgpt-content-reference{index="1"}

หลังรีสตาร์ตแล้วยังติดตั้งไม่ได้

  • ตรวจพื้นที่ว่างและสัญญาณอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง
  • เปิดเมนูอัปเดตจากการตั้งค่าในเครื่อง ไม่ติดตั้งไฟล์ระบบจากแหล่งที่ไม่รู้จัก
  • จดรุ่นโทรศัพท์ เวอร์ชัน ColorOS และข้อความหรือรหัสข้อผิดพลาดที่แสดง
  • หากเครื่องยังเปิดใช้งานได้ตามปกติ ให้สำรองข้อมูลสำคัญก่อนลองอัปเดตอีกครั้ง

บางรุ่นอาจมีเครื่องมืออัปเดตจาก OPPO สำหรับคอมพิวเตอร์ แต่ความพร้อมใช้งานขึ้นอยู่กับรุ่นและภูมิภาค ควรใช้เฉพาะเครื่องมือหรือขั้นตอนที่ฝ่ายบริการ OPPO แนะนำสำหรับรุ่นของคุณ

สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างแก้ปัญหา

  • อย่าปิดเครื่องขณะที่แถบติดตั้งยังเดินหน้า
  • อย่าดาวน์โหลดไฟล์ ROM หรือเฟิร์มแวร์จากเว็บที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
  • อย่าเลือก Format Data หรือรีเซ็ตเป็นค่าโรงงานโดยไม่สำรองข้อมูลและไม่ทราบผลที่จะเกิดขึ้น
  • อย่ากดปุ่มหลายชุดหรือเข้าเมนู Recovery เพื่อทดลอง หากไม่แน่ใจว่าต้องเลือกตัวเลือกใด

เมื่อไรควรติดต่อศูนย์บริการ OPPO

ติดต่อศูนย์บริการหากเครื่องค้างที่โลโก้หลังอัปเดต รีสตาร์ตวน เข้าเมนูอัปเดตไม่ได้ มีข้อความผิดพลาดซ้ำ หรือบังคับรีสตาร์ตแล้วเครื่องยังไม่กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เตรียมข้อมูลรุ่นเครื่อง เวอร์ชัน ColorOS และภาพหน้าจอหรือข้อความผิดพลาดไว้แจ้งเจ้าหน้าที่

สรุป

ถ้า OPPO อัปเดต ColorOS ไม่ได้ ให้ตรวจพื้นที่ อินเทอร์เน็ต และแบตเตอรี่ก่อน แล้วลองตรวจอัปเดตจากเมนูการตั้งค่าของเครื่อง หากเครื่องกำลังติดตั้งและยังมีความคืบหน้า ให้รอจนเสร็จ ส่วนกรณีหน้าจอค้างและไม่ตอบสนอง ให้ใช้วิธีบังคับรีสตาร์ตตามแนวทาง OPPO และติดต่อศูนย์บริการหากเครื่องเปิดไม่ขึ้นหรือวนกลับมาค้าง

ComSiam แนะนำให้สำรองข้อมูลก่อนเริ่มอัปเดต และใช้ไฟล์หรือเครื่องมือจาก OPPO เท่านั้น หากอัปเดตไม่ปรากฏสำหรับรุ่นของคุณ ให้ตรวจอีกครั้งภายหลังแทนการติดตั้งไฟล์ระบบที่ไม่ตรงรุ่น

Popular posts from this blog

Windows 10 WiFi เปิดไม่ได้ – วิธีแก้ WiFi Not Turning On

Windows 10 ช้าหลัง Update – วิธีแก้ Slow After Update แบบช่าง IT มืออาชีพ

เปิดไฟล์ PDF ไม่ได้บน Windows 10 วิธีแก้ล่าสุด ใช้ได้ทุกกรณี