iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว

iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว เสียบสายชาร์จแล้วปรากฏข้อความ Liquid Detected in USB-C Connector, Liquid Detected in Lightning Connector หรือ Charging Not Available เป็นปัญหาที่ผู้ใช้ iPhone อาจพบหลังโทรศัพท์โดนฝน น้ำกระเด็นใส่ มีความชื้นสะสม หรือใช้งานสายชาร์จที่เปียกน้ำ

บางเครื่องไม่ได้ตกน้ำโดยตรง แต่เมื่อเสียบสายชาร์จกลับมีข้อความตรวจพบของเหลว บางเครื่องเปลี่ยนสายชาร์จแล้วยังขึ้นคำเตือน ขณะที่บางเครื่องสามารถชาร์จไร้สายได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถชาร์จผ่าน Lightning หรือ USB-C

อาการเหล่านี้อาจเกิดจากความชื้นภายในช่องต่อ ปลายสายชาร์จเปียก คราบของเหลวบนขั้วสัมผัส หรือความผิดปกติของสายและอุปกรณ์เสริม

สิ่งสำคัญคือ อย่าฝืนชาร์จ iPhone ผ่านสายขณะที่ช่องต่อยังเปียกอยู่ เพราะ Apple ระบุว่าความชื้นอาจทำให้ขั้วโลหะเกิดการกัดกร่อน เสียหายถาวร หรือไม่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ในอนาคต

นอกจากนี้ยังไม่ควรใช้วิธีแก้ที่แพร่หลายแต่มีความเสี่ยง เช่น นำโทรศัพท์ใส่ถังข้าวสาร ใช้ไดร์เป่าผมเป่าช่องชาร์จ หรือใช้สำลีก้านแหย่เข้าไปในพอร์ต

บทความนี้ ComSiam จะอธิบายสาเหตุและวิธีแก้ iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลวตามแนวทาง Apple Support ครอบคลุม Lightning, USB-C, Charging Not Available, Emergency Override, วิธีทำให้แห้งอย่างปลอดภัย การชาร์จไร้สาย มาตรฐาน IP67/IP68 และวิธีแยกปัญหาสายชาร์จกับฮาร์ดแวร์ พร้อมตารางวิเคราะห์ Checklist และ FAQ

iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว คืออะไร

คำเตือนตรวจพบของเหลวเป็นระบบป้องกันของ iPhone ที่ตรวจพบสภาวะซึ่งอาจมีของเหลวอยู่ในช่องต่อ Lightning หรือ USB-C หรือบนสายและอุปกรณ์เสริมที่เชื่อมต่อ

ระบบอาจระงับการชาร์จหรือการเชื่อมต่อผ่านช่องต่อชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงที่ขั้วโลหะจะเสียหาย

Apple ระบุว่าคำเตือนประเภทนี้สามารถปรากฏบน iPhone XS, XS Max, XR และรุ่นใหม่กว่าที่รองรับ

อาการที่พบได้บ่อย

  • เสียบสายชาร์จแล้วขึ้นคำเตือนของเหลว

  • iPhone ชาร์จไม่เข้า

  • ขึ้น Liquid Detected

  • ขึ้น Liquid Detected in USB-C Connector

  • ขึ้น Liquid Detected in Lightning Connector

  • ขึ้น Charging Not Available

  • ชาร์จได้แล้วกลับขึ้นคำเตือนอีก

  • ใช้สายหนึ่งไม่ได้ แต่เปลี่ยนสายแล้วใช้งานได้

  • หลังโดนฝนไม่สามารถชาร์จผ่านสาย

  • เครื่องไม่ได้ตกน้ำแต่เตือนความชื้น

  • ชาร์จไร้สายได้แต่ชาร์จผ่านสายไม่ได้

  • หลังปล่อยให้แห้งแล้วข้อความยังปรากฏ

คำเตือนเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับระบบช่องต่อ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าแผงวงจรหลักของ iPhone เสียทุกกรณี

ข้อความเตือนของเหลวแต่ละแบบต่างกันอย่างไร

① Liquid Detected in USB-C Connector

เป็นข้อความที่อาจปรากฏเมื่อ iPhone ที่ใช้ USB-C ตรวจพบของเหลวระหว่างเชื่อมต่อสายหรืออุปกรณ์เสริม

ควรถอดสายออกทันทีและรอให้ช่องต่อกับอุปกรณ์แห้ง

② Liquid Detected in Lightning Connector

เป็นข้อความที่อาจปรากฏเมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม Lightning แล้วระบบตรวจพบของเหลว

ต้องหยุดใช้งานช่องต่อจนกว่าจะแห้ง

③ Charging Not Available

หมายถึงระบบไม่อนุญาตให้ชาร์จผ่านช่องต่อในขณะนั้น เพราะตรวจพบสภาวะที่อาจเกี่ยวข้องกับของเหลว

④ Liquid Detected

เป็นข้อความทั่วไปที่อาจแสดงบน iPhone ที่ใช้ USB-C เมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม

ตารางเปรียบเทียบข้อความ

ข้อความความหมายสิ่งที่ควรทำ
Liquid Detected in USB-C Connectorตรวจพบของเหลวบริเวณ USB-Cถอดสายและทำให้แห้ง
Liquid Detected in Lightning Connectorตรวจพบของเหลวบริเวณ Lightningถอดอุปกรณ์เสริม
Charging Not Availableไม่อนุญาตให้ชาร์จผ่านพอร์ตหยุดชาร์จผ่านสาย
Liquid Detectedมีการตรวจพบของเหลวในการเชื่อมต่อตรวจพอร์ตและสาย
Emergency Overrideตัวเลือกฝืนชาร์จในกรณีฉุกเฉินหลีกเลี่ยงหากไม่จำเป็นจริง ๆ

10 สาเหตุที่ทำให้ iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว

① iPhone โดนฝน

น้ำฝนอาจกระเด็นเข้าสู่ช่องต่อหรือสะสมบริเวณปลายสายชาร์จ

แม้ตัวเครื่องยังใช้งานได้ตามปกติ ก็ไม่ควรเสียบสายชาร์จทันทีหากยังเปียก

② น้ำกระเด็นใส่ช่องชาร์จ

น้ำจากแก้วน้ำ อ่างล้างมือ หรือการใช้งานใกล้แหล่งน้ำอาจเข้าสู่พอร์ตได้

③ เหงื่อหรือความชื้นสะสม

การใช้งานในบริเวณที่มีเหงื่อหรือความชื้นสูงอาจทำให้ช่องต่อหรืออุปกรณ์เสริมเปียกได้

แต่ไม่ควรสรุปว่าไอน้ำเป็นสาเหตุทุกครั้งหากยังไม่ได้ตรวจสายและอุปกรณ์

④ สายชาร์จเปียก

บางครั้ง iPhone แห้งแล้ว แต่ปลายสาย Lightning หรือ USB-C ยังมีความชื้น

ทำให้เมื่อเสียบสาย ระบบแสดงคำเตือนอีกครั้ง

⑤ อุปกรณ์เสริมมีของเหลว

หัวต่อของอุปกรณ์เสริม เช่น อะแดปเตอร์เชื่อมต่อหรือสายข้อมูล อาจมีความชื้นสะสม

⑥ เครื่องดื่มหกใส่

กาแฟ น้ำหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มอื่นอาจทิ้งคราบหรือสารตกค้างหลังของเหลวระเหย

แม้ภายนอกดูแห้งแล้ว อาจยังมีคราบที่ทำให้ช่องต่อทำงานผิดปกติ

⑦ น้ำทะเลหรือของเหลวที่มีเกลือ

น้ำทะเลและของเหลวที่มีสารละลายอาจเพิ่มความเสี่ยงการกัดกร่อน

ควรหลีกเลี่ยงการชาร์จและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหากมีการสัมผัสของเหลวลักษณะนี้อย่างมาก

⑧ สายชาร์จชำรุด

Apple ระบุว่าหากการแจ้งเตือนปรากฏทุกครั้งกับสายหรืออุปกรณ์เสริมบางชิ้น แม้ไม่ได้เปียก อุปกรณ์นั้นอาจได้รับความเสียหาย

⑨ ขั้วต่อสกปรกหรือมีการกัดกร่อน

หากเคยโดนของเหลว ขั้วโลหะอาจมีคราบหรือเกิดการกัดกร่อน

กรณีนี้ไม่ควรขูดหรือแหย่พอร์ตด้วยตนเอง

⑩ ระบบตรวจจับหรือฮาร์ดแวร์ผิดปกติ

หากพอร์ตแห้ง สายชาร์จปกติ และใช้สายที่เหมาะสมหลายเส้นแล้วยังเตือน อาจต้องเข้ารับบริการตรวจสอบ

วิธีแก้ iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลวอย่างปลอดภัย

① ถอดสายชาร์จทันที

เมื่อเห็นคำเตือน

  1. หยุดการชาร์จผ่านสาย

  2. ถอดสายออกจาก iPhone

  3. ถอดอีกด้านจากอะแดปเตอร์หรืออุปกรณ์เสริม

  4. ตรวจว่ามือและบริเวณใช้งานแห้งปลอดภัย

  5. วางเครื่องในที่เหมาะสม

ไม่ควรเสียบสายเข้าออกซ้ำหลายครั้งเพื่อทดสอบทันที

② ตรวจตัวเครื่องและสายจากภายนอก

ตรวจด้วยสายตาโดยไม่แหย่สิ่งของเข้าไปในพอร์ต

ควรสังเกต

  • มีหยดน้ำหรือไม่

  • ปลายสายเปียกหรือไม่

  • ช่องต่อมีสิ่งสกปรกที่มองเห็นได้หรือไม่

  • มีรอยไหม้หรือไม่

  • สายชำรุดหรือไม่

  • เครื่องมีอาการผิดปกติอื่นหรือไม่

หากพบความเสียหายของสาย ควรหยุดใช้สายนั้น

③ หันช่องต่อ iPhone ลง

Apple แนะนำให้ถือ iPhone โดยหันช่องต่อชาร์จลงด้านล่าง

จากนั้นเคาะตัวเครื่องกับฝ่ามือเบา ๆ เพื่อช่วยให้น้ำส่วนเกินออกจากช่องต่อ

วิธีทำ

① ถือ iPhone ให้มั่นคง

② หันช่องชาร์จลงด้านล่าง

③ เคาะกับฝ่ามือเบา ๆ

④ หลีกเลี่ยงการกระแทกรุนแรง

⑤ วางเครื่องในพื้นที่แห้ง

ไม่ควรเขย่าแรงหรือใช้แรงกระแทกกับตัวเครื่อง

④ วางในพื้นที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท

ควรวาง iPhone ในบริเวณที่อากาศไหลเวียนได้ดี

เช่น ห้องที่แห้งและมีการระบายอากาศตามปกติ

หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนจากอุปกรณ์ไฟฟ้า

⑤ รอให้แห้งก่อนชาร์จใหม่

คำแนะนำ Apple มีสองกรณีที่ควรแยกกัน

กรณีพบคำเตือนของเหลวในช่องต่อ

Apple ระบุว่าสามารถเริ่มทดลองการเชื่อมต่ออีกครั้งหลังอย่างน้อย 30 นาที และหากยังเตือน อาจต้องรอนานถึง 24 ชั่วโมง

กรณี iPhone เปียกน้ำจริง

คู่มือการดูแล iPhone ที่สัมผัสของเหลวแนะนำให้รออย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนชาร์จผ่านสายหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม

ดังนั้นหากโทรศัพท์เปียกจริง ควรใช้แนวทางที่ระมัดระวังกว่า และไม่เสียบสายเพียงเพราะครบ 30 นาที

⑥ ตรวจคำเตือนหลังรออย่างเหมาะสม

เมื่อแน่ใจว่าพอร์ตและสายแห้งแล้ว

  1. ตรวจปลายสาย

  2. ตรวจพอร์ตจากภายนอก

  3. ใช้สายที่อยู่ในสภาพดี

  4. เสียบสายอย่างระมัดระวัง

  5. ตรวจว่าคำเตือนยังขึ้นหรือไม่

หากเตือนอีก ให้ถอดสายและรอต่อ

⑦ หากยังเตือน ให้รอเพิ่ม

Apple ระบุว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่าช่องต่อจะแห้งสนิท

ไม่ควรฝืนชาร์จระหว่างนี้

⑧ ทดลองสายชาร์จอื่นเมื่อปลอดภัย

หากเครื่องไม่เปียกแล้วแต่ยังมีปัญหา อาจทดลองสายอีกเส้นที่เข้ากันได้และอยู่ในสภาพดี

ควรทำหลังยืนยันว่าไม่มีความชื้น ไม่ใช่เปลี่ยนสายแล้วเสียบซ้ำทันทีขณะที่พอร์ตยังเปียก

⑨ ตรวจแหล่งจ่ายไฟ

หากพอร์ตแห้งแล้ว ไม่มีคำเตือน แต่ยังไม่ชาร์จ

ควรตรวจ

  • สายชาร์จ

  • อะแดปเตอร์

  • เต้ารับ

  • การเชื่อมต่อของสาย

  • สภาพอุปกรณ์

Apple แนะนำให้ถอดสายจากอะแดปเตอร์และถอดอะแดปเตอร์จากเต้ารับเมื่อทำได้ แล้วเชื่อมต่อใหม่หลังทุกส่วนแห้ง

⑩ ติดต่อ Apple Support หากยังไม่สำเร็จ

หากคำเตือนขึ้นทุกครั้งกับสาย Apple ที่เหมาะสม หรือพอร์ตไม่สามารถใช้งานได้แม้แห้งแล้ว อาจต้องเข้ารับบริการ

ต้องรอกี่นาทีหรือกี่ชั่วโมงจึงจะชาร์จได้

ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะไม่ควรตีความว่าครบกำหนดแล้วสามารถชาร์จได้ทันทีทุกกรณี

สถานการณ์คำแนะนำ
ขึ้นคำเตือนของเหลวถอดสายทันที
ตรวจพบของเหลวในช่องต่อเริ่มตรวจสอบได้หลังอย่างน้อย 30 นาที หากแห้งจริง
iPhone เปียกน้ำจริงรออย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนพิจารณาชาร์จผ่านสาย
ยังมีคำเตือนถอดสายและรอต่อ
ช่องต่อยังชื้นห้ามชาร์จผ่านสาย
ต้องรอให้แห้งสนิทอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง
หลังแห้งแล้วยังเตือนตรวจสายหรือเข้ารับบริการ

ตัวเลขเวลาเป็นแนวทางขั้นต่ำ ไม่ใช่การรับประกันว่าพอร์ตแห้งแล้ว

ควรพิจารณาสภาพจริงของเครื่องร่วมด้วย

ห้ามทำอะไรเมื่อ iPhone ขึ้นเตือนของเหลว

① ห้ามใส่ถังข้าวสาร

Apple ไม่แนะนำให้ใส่ iPhone ลงในถุงหรือถังข้าวสาร

เพราะเศษข้าวขนาดเล็กอาจเข้าสู่ช่องต่อและสร้างความเสียหาย

② ห้ามใช้ไดร์เป่าผม

ความร้อนจากไดร์อาจทำให้อุปกรณ์ได้รับผลกระทบ

ไม่ควรใช้ลมร้อนเพื่อเร่งให้พอร์ตแห้ง

③ ห้ามใช้ลมอัด

Apple ระบุว่าไม่ควรใช้ลมอัดเป่าช่องต่อ

④ ห้ามใช้สำลีก้าน

ไม่ควรนำสำลีก้านเข้าไปในพอร์ต Lightning หรือ USB-C

เพราะอาจทิ้งเศษเส้นใยหรือทำให้ขั้วสัมผัสเสียหาย

⑤ ห้ามใช้กระดาษทิชชูแหย่

กระดาษอาจฉีกขาดและติดอยู่ภายในช่องต่อ

⑥ ห้ามใช้เข็มหรือของแหลม

อาจทำให้ขั้วโลหะเสียรูปหรือเสียหาย

⑦ ห้ามเสียบสายซ้ำถี่ ๆ

หากยังมีของเหลว การเชื่อมต่อซ้ำอาจเพิ่มความเสี่ยงการกัดกร่อน

⑧ ห้ามใช้ความร้อนจัด

ไม่ควรวางเครื่องบนเตา ใกล้ฮีตเตอร์ หรือกลางแดดจัดเพื่อไล่ความชื้น

⑨ ห้ามใช้สารเคมีโดยไม่ทราบวิธี

ไม่ควรฉีดน้ำยาหรือแอลกอฮอล์เข้าไปในพอร์ตเพื่อทดลองแก้ไขเอง

⑩ ห้ามฝืนใช้งานเมื่อมีอาการอันตราย

หากเครื่องร้อนจัด บวม มีกลิ่นไหม้ หรือผิดรูป ควรหยุดใช้งานและเข้ารับบริการ

Emergency Override คืออะไร

Emergency Override เป็นตัวเลือกที่ iPhone อาจแสดงเพื่อให้ผู้ใช้ข้ามการป้องกันการตรวจพบของเหลวในกรณีฉุกเฉิน

เมื่อเลือก ระบบอาจอนุญาตให้ชาร์จผ่านสายแม้ตรวจพบสภาวะที่อาจมีของเหลวอยู่

ทำไมไม่ควรใช้ตามปกติ

เพราะการจ่ายไฟผ่านพอร์ตที่เปียกอาจทำให้ขั้วต่อเกิดการกัดกร่อนหรือเสียหายถาวร

ควรใช้เมื่อไหร่

เฉพาะสถานการณ์ฉุกเฉินจริง ๆ ที่ผู้ใช้จำเป็นต้องชาร์จ และได้พิจารณาความเสี่ยงแล้ว

ไม่ควรใช้เพียงเพราะต้องการให้เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่เพิ่มเร็วขึ้น

หากแบตเตอรี่ใกล้หมด

ควรพิจารณาทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เช่น ใช้ที่ชาร์จไร้สายกับเครื่องที่มีด้านหลังแห้งสนิทและรองรับระบบดังกล่าว

ข้อควรจำ

Emergency Override ไม่ใช่คำสั่งซ่อมพอร์ต และไม่ได้ทำให้ของเหลวหายไป

iPhone ขึ้นเตือนของเหลว แต่เครื่องไม่ได้โดนน้ำ

หากไม่มีเหตุการณ์เครื่องเปียก ควรตรวจอุปกรณ์เสริม

① ตรวจสายชาร์จ

อาจมีความชื้นหรือความเสียหายที่ปลายสาย

② ตรวจอุปกรณ์เสริม

เช่น อะแดปเตอร์เชื่อมต่อหรืออุปกรณ์ USB

③ ตรวจสภาพพอร์ตจากภายนอก

หากมีคราบหรือความเสียหาย อย่าแหย่หรือขูดพอร์ตเอง

④ ทดลองสายอื่นเมื่อแห้งแน่นอน

ใช้สายที่เชื่อถือได้และเข้ากันได้

⑤ ตรวจว่าเกิดกับทุกสายหรือไม่

หากเกิดเฉพาะสายเส้นหนึ่ง อาจเกี่ยวข้องกับสายนั้น

หากเกิดกับหลายสายรวมถึงสาย Apple ที่อยู่ในสภาพดี อาจต้องตรวจพอร์ตหรือฮาร์ดแวร์

iPhone ชาร์จไร้สายแทนได้ไหมเมื่อขึ้นเตือนของเหลว

Apple ระบุว่าสามารถใช้การชาร์จไร้สายได้ หากอุปกรณ์รองรับ และด้านหลัง iPhone แห้งสนิท

เงื่อนไขสำคัญ

① iPhone ต้องรองรับ Qi หรือระบบชาร์จไร้สายที่เหมาะสม

② ด้านหลังเครื่องต้องแห้ง

③ แท่นชาร์จต้องอยู่ในสภาพปลอดภัย

④ ไม่ควรมีวัตถุโลหะคั่นกลาง

⑤ ไม่ควรใช้หากเครื่องมีอาการเสียหายรุนแรงหรือบวม

หากเครื่องยังเปียกทั้งตัว

ไม่ควรวางชาร์จทันที

ควรทำให้ตัวเครื่องแห้งอย่างเหมาะสมก่อน และตรวจว่าไม่มีสัญญาณความเสียหายอื่น

หากใช้ iPhone รุ่นเก่า

iPhone 7 และเก่ากว่าไม่รองรับ Qi ในตัว ส่วน iPhone 8 และรุ่นใหม่กว่าที่รองรับสามารถใช้แท่น Qi ที่เหมาะสมได้

ความต่างระหว่าง IP67 และ IP68

IP เป็นระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐานที่ใช้ทดสอบอุปกรณ์ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

① IP67

โดยทั่วไปหมายถึงการทดสอบความทนฝุ่นและการแช่น้ำตามระดับที่กำหนดของมาตรฐาน เช่น ความลึก 1 เมตร นานสูงสุด 30 นาที ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ

② IP68

เป็นระดับที่ผู้ผลิตระบุเงื่อนไขการแช่น้ำตามผลทดสอบของผลิตภัณฑ์

จึงต้องตรวจข้อมูลเฉพาะรุ่น

ตัวอย่างเช่น iPhone บางรุ่นได้รับการทดสอบที่ความลึกสูงสุด 6 เมตรนานสูงสุด 30 นาที

③ IP68 ไม่ได้หมายถึงกันน้ำถาวร

Apple ระบุว่าความสามารถในการทนน้ำ น้ำที่กระเด็นใส่ และฝุ่น ไม่ได้คงอยู่ถาวร และอาจลดลงจากการใช้งานตามปกติ

④ การทดสอบไม่ใช่การรับประกันทุกสถานการณ์

น้ำทะเล น้ำร้อน น้ำสบู่ สระว่ายน้ำที่มีสารเคมี หรือแรงดันน้ำจากกิจกรรมต่าง ๆ อาจมีผลแตกต่างจากการทดสอบมาตรฐาน

ตารางเปรียบเทียบ

รายการIP67IP68
การป้องกันฝุ่นระดับ 6ระดับ 6
การป้องกันน้ำระดับ 7ระดับ 8
เงื่อนไขการแช่น้ำตามมาตรฐานระดับ 7ตามที่ผู้ผลิตระบุ
กันน้ำถาวรหรือไม่ไม่ใช่ไม่ใช่
ชาร์จตอนเปียกได้หรือไม่ไม่ควรไม่ควร
รับประกันไม่เสียจากน้ำหรือไม่ไม่ใช่ไม่ใช่

iPhone กันน้ำแล้วทำไมยังขึ้นเตือนของเหลว

แม้เครื่องได้รับการออกแบบให้ทนน้ำตามระดับที่กำหนด แต่ช่องต่อชาร์จยังสามารถเปียกได้

ระบบตรวจจับของเหลวจึงทำหน้าที่ป้องกันความเสียหายจากการเชื่อมต่อไฟฟ้าขณะมีความชื้น

สิ่งที่ควรเข้าใจ

  • ทนน้ำไม่ได้หมายความว่าพอร์ตจะแห้งตลอดเวลา

  • เครื่องที่ทนน้ำก็ยังต้องรอให้แห้งก่อนชาร์จ

  • ซีลกันน้ำอาจเสื่อมตามอายุ

  • การตกกระแทกหรือซ่อมเครื่องอาจส่งผลต่อความสามารถในการทนน้ำ

  • ความเสียหายจากของเหลวอาจไม่ครอบคลุมในการรับประกันแบบจำกัดของ Apple

ความเสียหายจากน้ำอยู่ในประกัน Apple หรือไม่

Apple ระบุว่าความเสียหายจากน้ำหรือของเหลวอื่นไม่อยู่ภายใต้การรับประกันแบบจำกัดหนึ่งปีตามปกติ

แต่ผู้ใช้ยังอาจมีสิทธิ์ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคหรือความคุ้มครองอื่นที่ซื้อเพิ่มเติมตามเงื่อนไข

หากเครื่องมีอาการหลังโดนน้ำ

ควรเตรียมข้อมูล

  • รุ่น iPhone

  • วันที่เกิดเหตุ

  • ประเภทของของเหลว

  • ระยะเวลาที่สัมผัสของเหลว

  • ข้อความเตือนที่แสดง

  • อาการชาร์จไม่เข้า

  • การรับประกันหรือความคุ้มครองที่มี

ไม่ควรแกะเครื่องเองเพื่อหาสาเหตุหากยังต้องการให้ศูนย์บริการประเมินความเสียหาย

iPhone ขึ้นเตือนของเหลวหลังฝนตก

วิธีตรวจสอบ

① หยุดชาร์จผ่านสาย

② ถอดสายออก

③ ตรวจว่าด้านนอกยังเปียกหรือไม่

④ หันช่องต่อชาร์จลง

⑤ เคาะเบา ๆ กับฝ่ามือ

⑥ วางในพื้นที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท

⑦ รอจนแน่ใจว่าแห้ง

⑧ ตรวจสายชาร์จด้วย

⑨ ทดลองใหม่เมื่อปลอดภัย

หากโดนฝนมากจนเครื่องเปียกชัดเจน ควรใช้คำแนะนำสำหรับเครื่องที่สัมผัสของเหลว ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะคำเตือนในพอร์ต

iPhone ขึ้นเตือนหลังโดนเหงื่อ

การใช้งานใกล้ผิวหนังหรือขณะออกกำลังกายอาจทำให้ตัวเครื่องและอุปกรณ์เสริมสัมผัสเหงื่อ

วิธีแก้

① หยุดชาร์จ

② ถอดสาย

③ ทำความสะอาดภายนอกตามคำแนะนำ Apple เมื่อเหมาะสม

④ ปล่อยให้แห้ง

⑤ ตรวจปลายสาย

⑥ ทดสอบใหม่เมื่อแห้งสนิท

เหงื่ออาจมีเกลือและสารละลาย จึงไม่ควรฝืนเสียบสายซ้ำหากยังพบความชื้นหรือคราบผิดปกติ

iPhone โดนกาแฟหรือน้ำหวาน ต้องทำอย่างไร

เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือสารอื่นอาจทิ้งคราบเหนียวไว้หลังน้ำระเหย

ควรปฏิบัติ

① ถอดสายทันที

② หยุดชาร์จผ่านพอร์ต

③ อย่าใช้ของแหลมแคะคราบ

④ อย่าฉีดน้ำยาล้างช่องต่อเอง

⑤ ตรวจอาการภายนอก

⑥ หากมีคราบเข้าพอร์ตหรือใช้งานผิดปกติ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

กรณีเครื่องดื่มหกใส่จำนวนมาก อาจต้องตรวจฮาร์ดแวร์มากกว่าการรอให้แห้งเพียงอย่างเดียว

หลังแห้งแล้ว iPhone ยังขึ้นเตือนของเหลว

หากปล่อยให้แห้งเพียงพอแล้วแต่ข้อความยังขึ้น ต้องตรวจอย่างเป็นระบบ

① ตรวจว่าแห้งจริงหรือไม่

การมองเห็นภายนอกว่าแห้งไม่ได้รับประกันว่าใต้ขั้วสัมผัสไม่มีความชื้น

② ตรวจสายชาร์จ

หากเตือนเฉพาะสายเส้นหนึ่ง อาจเป็นปัญหาสาย

③ ตรวจอุปกรณ์เสริม

อุปกรณ์ต่อพ่วงอาจมีความชื้นหรือความเสียหาย

④ ทดลองสายที่เชื่อถือได้

ควรทำเมื่อเครื่องและพอร์ตแห้งแล้วเท่านั้น

⑤ ตรวจอะแดปเตอร์

หากไม่มีคำเตือนแล้วแต่ชาร์จไม่เข้า ให้ตรวจการจ่ายไฟ

⑥ ตรวจอาการอื่น

เช่น

  • ชาร์จติด ๆ ดับ ๆ

  • คอมพิวเตอร์ไม่พบ iPhone

  • พอร์ตมีคราบ

  • อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อไม่ได้

  • เครื่องร้อนผิดปกติ

⑦ ติดต่อศูนย์บริการ

หากเกิดกับสาย Apple หรืออุปกรณ์ที่เข้ากันได้หลายชิ้น และยืนยันว่าแห้งแล้ว อาจต้องเข้ารับการตรวจสอบ

วิธีแยกปัญหาสายชาร์จ พอร์ต และอะแดปเตอร์

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้แนวทาง
เตือนเฉพาะสายเส้นเดียวสายเปียกหรือเสียหยุดใช้สายนั้น
เตือนทุกสายพอร์ตหรือระบบตรวจจับตรวจหลังแห้ง
แห้งแล้วไม่ชาร์จสาย อะแดปเตอร์ หรือพอร์ตตรวจทีละส่วน
ชาร์จไร้สายได้ แต่ผ่านสายไม่ได้ปัญหาเกี่ยวข้องกับช่องต่อตรวจสายและพอร์ต
ใช้ USB-C อุปกรณ์อื่นแล้วเตือนอุปกรณ์เสริมอาจมีปัญหาหยุดใช้และตรวจ
เตือนพร้อมความร้อนผิดปกติอาจมีความเสียหายหยุดใช้งาน
พอร์ตมีคราบหรือสนิมอาจเกิดการกัดกร่อนให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ
เตือนหลังตกน้ำทะเลเสี่ยงคราบเกลือและการกัดกร่อนหยุดชาร์จและเข้ารับบริการ

iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว แยกตามรุ่น

① iPhone 7 และ 8 Series

มีความสามารถในการทนน้ำตามระดับที่แต่ละรุ่นรองรับ แต่ไม่ใช่ทุกรุ่นที่จะมีระบบแจ้งเตือนของเหลวในช่องต่อแบบ iPhone XS และใหม่กว่า

หากเครื่องเปียก ต้องรอให้แห้งก่อนชาร์จ แม้ไม่มีคำเตือน

② iPhone X

รองรับ Lightning และมีมาตรฐานทนน้ำตามข้อกำหนดรุ่น

ควรตรวจพอร์ตและหลีกเลี่ยงการชาร์จขณะเปียก

③ iPhone XR, XS และ XS Max

เป็นกลุ่มรุ่นที่ Apple ระบุว่าระบบอาจแสดงคำเตือนของเหลวเมื่อเชื่อมต่อสายหรืออุปกรณ์เสริม

④ iPhone 11 และ 12 Series

ใช้ Lightning และมีระบบแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องตามความสามารถของรุ่น

ควรถอดสายเมื่อระบบเตือน

⑤ iPhone 13 และ 14 Series

ใช้ Lightning

ควรตรวจข้อความ Charging Not Available หรือ Liquid Detected in Lightning Connector และปฏิบัติตามคำแนะนำการทำให้แห้ง

⑥ iPhone 15 Series

เปลี่ยนมาใช้ USB-C

อาจพบข้อความ Liquid Detected in USB-C Connector หรือ Liquid Detected เมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม

⑦ iPhone 16 Series

ใช้ USB-C ตามรุ่น

ควรตรวจทั้งพอร์ต ปลายสาย USB-C และอุปกรณ์เสริม

⑧ iPhone 17 Series และรุ่นใหม่กว่า

ใช้แนวทางตรวจสอบระบบ USB-C และคำเตือนของเหลวตามรุ่นและ iOS ที่รองรับ

⑨ iPhone SE

ต้องแยกตามรุ่น โดยตรวจความสามารถในการทนน้ำและระบบการแจ้งเตือนที่รองรับจริง

ไม่ควรถือว่า iPhone SE ทุกเวอร์ชันมีมาตรฐานทนน้ำหรือระบบเตือนเหมือนกัน

ตารางแยกตามกลุ่มรุ่น

กลุ่ม iPhoneช่องต่อจุดตรวจสอบสำคัญ
iPhone 7–8Lightningความชื้นและพอร์ต
iPhone XLightningการชาร์จหลังเปียก
iPhone XR / XSLightningLiquid Detection
iPhone 11–12Lightningคำเตือนและสาย
iPhone 13–14LightningCharging Not Available
iPhone 15USB-CLiquid Detected
iPhone 16USB-Cพอร์ตและสาย USB-C
iPhone 17 และใหม่กว่าUSB-C ตามรุ่นคำเตือนตามระบบ
iPhone SELightning ตามรุ่นตรวจความสามารถเฉพาะรุ่น

Checklist ตรวจสอบ iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว

  • อ่านข้อความเตือนบนหน้าจอ

  • ตรวจว่าเป็น Lightning หรือ USB-C

  • ถอดสายชาร์จทันที

  • ถอดสายอีกด้านจากอะแดปเตอร์

  • ตรวจว่าเครื่องเปียกจริงหรือไม่

  • ตรวจปลายสายชาร์จ

  • ตรวจอุปกรณ์เสริม

  • หยุดใช้อุปกรณ์ที่เปียก

  • หันช่องต่อ iPhone ลงด้านล่าง

  • เคาะกับฝ่ามือเบา ๆ

  • ไม่เขย่าเครื่องรุนแรง

  • วางเครื่องในพื้นที่แห้ง

  • ให้อากาศถ่ายเท

  • ไม่ใช้ไดร์เป่าผม

  • ไม่ใช้แหล่งความร้อนจัด

  • ไม่ใช้ลมอัด

  • ไม่ใส่ถังข้าวสาร

  • ไม่ใช้สำลีก้านแหย่พอร์ต

  • ไม่ใช้กระดาษแหย่พอร์ต

  • ไม่ใช้เข็มหรือของแหลม

  • ไม่ฉีดน้ำยาลงพอร์ต

  • ไม่เสียบสายซ้ำทันที

  • หากเป็นคำเตือนพอร์ต ให้รอตามคำแนะนำ Apple

  • หากเครื่องเปียกจริง ให้รออย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนพิจารณาชาร์จผ่านสาย

  • เข้าใจว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง

  • ไม่เข้าใจว่าเวลาครบแล้วแปลว่าแห้งแน่นอน

  • ตรวจว่าด้านหลังเครื่องแห้ง

  • พิจารณาชาร์จไร้สายเมื่อรองรับและปลอดภัย

  • ไม่ใช้ Emergency Override โดยไม่จำเป็น

  • ตรวจว่าสายมีความเสียหายหรือไม่

  • ทดลองสายอื่นเมื่อทุกส่วนแห้ง

  • ตรวจแหล่งจ่ายไฟหลังแห้ง

  • ตรวจอะแดปเตอร์

  • ตรวจว่ามีคราบในพอร์ตหรือไม่

  • ไม่ขูดคราบในพอร์ตเอง

  • ตรวจว่าเตือนเฉพาะสายเดียวหรือทุกสาย

  • ตรวจว่าคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อ iPhone ได้หรือไม่เมื่อปลอดภัย

  • ตรวจอาการความร้อนผิดปกติ

  • ตรวจว่าแบตเตอรี่บวมหรือไม่

  • หยุดใช้งานทันทีหากมีกลิ่นไหม้

  • ตรวจประวัติตกน้ำทะเลหรือน้ำหวาน

  • ตรวจประวัติซ่อมหรือเปลี่ยนพอร์ต

  • สำรองข้อมูลสำคัญเมื่อเครื่องกลับมาปลอดภัยและทำงานปกติ

  • ติดต่อ Apple Support เมื่อยังเตือนต่อเนื่อง

วิธีป้องกันปัญหาตรวจพบของเหลวในอนาคต

① หลีกเลี่ยงชาร์จหลังโดนฝนทันที

ควรตรวจว่าเครื่องและสายแห้งก่อน

② ไม่วางโทรศัพท์ใกล้เครื่องดื่มโดยไม่จำเป็น

ลดโอกาสน้ำหรือของเหลวหกใส่พอร์ต

③ เก็บสายชาร์จในที่แห้ง

สายที่เปียกอาจทำให้ระบบตรวจพบของเหลวแม้ตัว iPhone ไม่ได้เปียก

④ ไม่ใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ชำรุด

ควรหยุดใช้ทันทีเมื่อสายมีรอยไหม้หรือขั้วต่อเสียหาย

⑤ เข้าใจมาตรฐาน IP67/IP68

ความสามารถในการทนน้ำไม่ใช่การรับประกันว่าชาร์จขณะเปียกได้

⑥ ระวังน้ำทะเลและเครื่องดื่ม

สารละลายที่ตกค้างอาจเพิ่มความเสี่ยงการกัดกร่อน

⑦ ไม่ใช้วิธีเร่งแห้งที่มีความเสี่ยง

หลีกเลี่ยงข้าวสาร ลมอัด ความร้อนจัด และของแหลม

⑧ สำรองข้อมูลเป็นประจำ

หากอุปกรณ์เกิดความเสียหายจากของเหลว อาจทำให้เข้าถึงข้อมูลไม่ได้ในภายหลัง

เมื่อไหร่ควรติดต่อ Apple Support

ควรติดต่อ Apple Support หากพบว่า

  • คำเตือนยังขึ้นหลังปล่อยให้แห้งอย่างเหมาะสม

  • ใช้สาย Apple หรือสายที่เข้ากันได้หลายเส้นแล้วแต่ยังเตือน

  • พอร์ตมีคราบกัดกร่อน

  • เครื่องชาร์จผ่านสายไม่ได้หลังแห้ง

  • อุปกรณ์เสริม USB-C หรือ Lightning เชื่อมต่อไม่ได้

  • เครื่องร้อนผิดปกติ

  • มีรอยไหม้หรือกลิ่นผิดปกติ

  • โทรศัพท์เคยตกน้ำทะเล

  • เครื่องดื่มหวานหกเข้าพอร์ต

  • เครื่องเคยซ่อมแล้วเกิดปัญหาช่องต่อ

  • แบตเตอรี่บวมหรือเครื่องผิดรูป

หากพบความเสียหายที่อาจเป็นอันตราย ไม่ควรทดลองชาร์จซ้ำเพื่อหาสาเหตุด้วยตนเอง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว

iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว คืออะไร

หมายถึงระบบตรวจพบสภาวะที่อาจมีของเหลวในช่องต่อ Lightning หรือ USB-C หรือบนสายและอุปกรณ์เสริม จึงระงับการชาร์จผ่านพอร์ตเพื่อป้องกันความเสียหาย

Liquid Detected in USB-C Connector แก้อย่างไร

ถอดสายทันที หันช่องต่อลง เคาะเบา ๆ กับฝ่ามือ แล้ววางในที่แห้งมีอากาศถ่ายเท รอให้แห้งก่อนทดลองใหม่

Liquid Detected in Lightning Connector คืออะไร

เป็นคำเตือนว่าอาจมีของเหลวบริเวณช่องต่อ Lightning หรืออุปกรณ์เสริมที่เชื่อมต่อ

Charging Not Available หมายความว่าอะไร

ระบบไม่อนุญาตให้ชาร์จผ่านช่องต่อในขณะนั้น เพราะตรวจพบสภาวะที่อาจเสี่ยงต่อความเสียหายจากของเหลว

iPhone ไม่ได้โดนน้ำแต่ขึ้นเตือนของเหลว เป็นไปได้ไหม

เป็นไปได้ อาจเกี่ยวกับความชื้นหรือสายและอุปกรณ์เสริมที่ชำรุด หากเกิดกับสายบางเส้นเท่านั้นควรตรวจสายนั้นเป็นพิเศษ

iPhone เปียกน้ำต้องรอกี่ชั่วโมงก่อนชาร์จ

Apple แนะนำให้รออย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนชาร์จผ่านสายเมื่อ iPhone สัมผัสของเหลว และต้องมั่นใจว่าช่องต่อแห้งจริง

ทำไมบางคำแนะนำบอก 30 นาที

คู่มือคำเตือนของเหลวระบุว่าสามารถเริ่มตรวจสอบหลังอย่างน้อย 30 นาที แต่ไม่ได้รับประกันว่าช่องต่อแห้งแล้ว และอาจต้องรอถึง 24 ชั่วโมง

รอ 30 นาทีแล้วชาร์จได้เลยไหม

ไม่ควรถือว่าได้เสมอไป หากเครื่องเปียกจริงควรใช้แนวทางรออย่างน้อย 5 ชั่วโมง และต้องตรวจว่าแห้งสนิทก่อน

iPhone ช่องชาร์จแห้งใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงจริงไหม

Apple ระบุว่าอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่าช่องต่อจะแห้งสนิท

ใส่ถังข้าวสารช่วยให้ iPhone แห้งไหม

Apple ไม่แนะนำ เพราะเศษข้าวอาจเข้าสู่ช่องต่อและทำให้เกิดความเสียหาย

ใช้ไดร์เป่าผมเป่าพอร์ตได้ไหม

ไม่ควร เพราะ Apple ห้ามใช้ความร้อนภายนอกเพื่อทำให้ช่องต่อแห้ง

ใช้ลมอัดเป่าพอร์ตได้ไหม

ไม่ควร Apple ระบุว่าไม่ควรใช้ลมอัด

ใช้สำลีก้านซับน้ำในพอร์ตได้ไหม

ไม่ควรนำสำลีก้านหรือวัสดุอื่นแหย่เข้าไปในช่องต่อ

ใช้เข็มแคะพอร์ตได้ไหม

ไม่ควร เพราะอาจทำให้ขั้วสัมผัสเสียหาย

Emergency Override คืออะไร

เป็นตัวเลือกข้ามการป้องกันของเหลวเพื่อชาร์จในกรณีฉุกเฉิน แต่มีความเสี่ยงต่อการกัดกร่อนและความเสียหายของช่องต่อ

กด Emergency Override อันตรายไหม

มีความเสี่ยงหากพอร์ตยังเปียก จึงไม่ควรใช้งานตามปกติหรือใช้เพื่อความสะดวก

iPhone ขึ้นเตือนของเหลวชาร์จไร้สายได้ไหม

Apple ระบุว่าสามารถใช้ที่ชาร์จไร้สายได้เมื่อเครื่องรองรับ และด้านหลัง iPhone แห้งสนิท โดยต้องไม่มีสัญญาณความเสียหายที่อาจเป็นอันตราย

iPhone กันน้ำแล้วทำไมพอร์ตยังเปียก

เพราะมาตรฐานทนน้ำไม่ได้ทำให้ช่องต่อแห้งตลอดเวลา และเครื่องต้องแห้งก่อนชาร์จ

IP67 กับ IP68 ต่างกันอย่างไร

เป็นระดับทนน้ำตามเงื่อนไขมาตรฐานที่แตกต่างกัน ต้องตรวจข้อกำหนดเฉพาะรุ่น และไม่ถือเป็นการกันน้ำถาวร

iPhone IP68 เอาลงน้ำได้ตลอดไหม

ไม่ได้ ความสามารถในการทนน้ำอาจลดลงจากการใช้งาน และไม่ควรใช้เกินเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด

iPhone โดนน้ำทะเลต้องทำอย่างไร

หยุดชาร์จ ถอดสาย และหลีกเลี่ยงการเสียบอุปกรณ์ซ้ำ หากมีการสัมผัสน้ำทะเลหรือเกิดคราบในพอร์ต ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

น้ำหวานหกใส่ช่องชาร์จต้องทำอย่างไร

หยุดชาร์จทันที ไม่ใช้ของแหลมหรือสารเคมีทำความสะอาดพอร์ตเอง และควรเข้ารับบริการเมื่อมีคราบหรืออาการผิดปกติ

เปลี่ยนสายแล้วยังขึ้นเตือนของเหลว เกิดจากอะไร

อาจยังมีความชื้นในพอร์ต สายใหม่ไม่เหมาะสม หรือมีความผิดปกติของช่องต่อและระบบตรวจจับ

ใช้สาย Apple แล้วยังเตือน ต้องทำอย่างไร

หากเครื่องและสายแห้งแล้ว แต่คำเตือนขึ้นทุกครั้งกับสายหรืออุปกรณ์เสริม Apple ที่เหมาะสม Apple แนะนำว่าอาจต้องเข้ารับบริการ

ชาร์จไร้สายได้ แต่ชาร์จผ่านสายไม่ได้ แปลว่าอะไร

อาจเกี่ยวข้องกับพอร์ต สาย หรืออุปกรณ์ชาร์จผ่านสาย ไม่ใช่หลักฐานว่าแบตเตอรี่เสียเสมอไป

ความเสียหายจากน้ำอยู่ในประกัน Apple ไหม

โดยทั่วไปความเสียหายจากของเหลวไม่ได้อยู่ในการรับประกันแบบจำกัดหนึ่งปี แต่อาจมีสิทธิ์ตามกฎหมายหรือความคุ้มครองเพิ่มเติมตามเงื่อนไข

iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว ต้อง Restore เครื่องไหม

ไม่ควร Restore เพราะปัญหาเกี่ยวข้องกับช่องต่อและสภาวะความชื้นเป็นหลัก การล้างข้อมูลไม่ได้ทำให้พอร์ตแห้ง

ขึ้นเตือนนานหลายวัน ต้องเปลี่ยนพอร์ตไหม

ไม่ควรสรุปว่าต้องเปลี่ยนทันที ควรตรวจสายและให้ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยก่อน หากพบการกัดกร่อนหรือความเสียหายจึงพิจารณาซ่อมตามผลตรวจ

สรุป iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว ควรทำอย่างไรก่อน

เมื่อ iPhone ขึ้นเตือนตรวจพบของเหลว สิ่งแรกที่ควรทำคือถอดสาย Lightning หรือ USB-C ออกจากเครื่องและแหล่งจ่ายไฟทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการชาร์จผ่านพอร์ตขณะที่ยังมีความชื้น

จากนั้นให้หันช่องต่อชาร์จลงด้านล่าง เคาะกับฝ่ามือเบา ๆ เพื่อช่วยให้น้ำส่วนเกินออก และวาง iPhone ไว้ในบริเวณที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท

Apple ระบุว่ากรณีคำเตือนช่องต่อสามารถเริ่มตรวจสอบอีกครั้งได้หลังอย่างน้อย 30 นาที แต่หากเครื่องสัมผัสน้ำจริง ควรรออย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อนพิจารณาชาร์จผ่านสาย และอาจต้องใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่าช่องต่อจะแห้งสนิท

ไม่ควรใช้ข้าวสาร ไดร์เป่าผม ลมอัด สำลีก้าน กระดาษ หรือของแหลมแหย่ช่องต่อ เพราะอาจทำให้อุปกรณ์เสียหายเพิ่มขึ้น

Emergency Override ควรใช้เฉพาะสถานการณ์ฉุกเฉินจริง ๆ เนื่องจากการจ่ายไฟผ่านช่องต่อที่เปียกอาจทำให้ขั้วโลหะกัดกร่อนและเสียหายถาวร

หากต้องการชาร์จและ iPhone รองรับการชาร์จไร้สาย สามารถพิจารณาใช้แท่น Qi ที่เหมาะสมเมื่อด้านหลังเครื่องแห้งสนิทและอุปกรณ์อยู่ในสภาพปลอดภัย

หากพอร์ตแห้งแล้วแต่ยังมีคำเตือน ควรตรวจสายและอุปกรณ์เสริม ก่อนติดต่อ Apple Support เมื่อปัญหายังคงเกิดกับอุปกรณ์ที่เข้ากันได้หลายชิ้น

ComSiam แนะนำให้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของแบตเตอรี่และช่องต่อมากกว่าการรีบชาร์จ เพราะการรอให้แห้งและหลีกเลี่ยงวิธีแก้ที่เสี่ยงจะช่วยลดโอกาสเกิดการกัดกร่อน ความเสียหายถาวร และค่าใช้จ่ายในการซ่อมที่ไม่จำเป็น

Popular posts from this blog

Windows 10 WiFi เปิดไม่ได้ – วิธีแก้ WiFi Not Turning On

Windows 10 ช้าหลัง Update – วิธีแก้ Slow After Update แบบช่าง IT มืออาชีพ

เปิดไฟล์ PDF ไม่ได้บน Windows 10 วิธีแก้ล่าสุด ใช้ได้ทุกกรณี