OPPO ไม่แจ้งเตือนไลน์ตอนปิดหน้าจอ แก้ยังไงให้ข้อความเด้งทันที

ถ้า OPPO ไม่แจ้งเตือน LINE ตอนปิดหน้าจอ แต่ข้อความเข้ามาพร้อมกันเมื่อปลดล็อก อาจเกิดจากการแจ้งเตือนใน LINE ถูกปิด โหมดประหยัดแบตเตอรี่จำกัดการทำงานเบื้องหลัง ปิดการใช้ข้อมูลพื้นหลัง หรือเปิดห้ามรบกวนไว้ ให้ตรวจทั้งในแอป LINE และการตั้งค่าของ ColorOS ตามลำดับ

ComSiam แนะนำให้เริ่มจากเปิดการแจ้งเตือนของ LINE แล้วตรวจการใช้แบตเตอรี่และข้อมูลเบื้องหลังของแอป โดยชื่อเมนู OPPO อาจต่างกันตามรุ่นและเวอร์ชัน ColorOS

วิธีแก้ OPPO ไม่แจ้งเตือนไลน์ตอนปิดหน้าจอแบบเร็ว

  1. เปิด LINE แล้วตรวจว่าเปิดการแจ้งเตือนข้อความไว้
  2. เปิดการแจ้งเตือน LINE ในการตั้งค่าโทรศัพท์
  3. ตรวจว่าไม่ได้ปิดเสียงแชตหรือเปิดห้ามรบกวน
  4. อนุญาตให้ LINE ทำงานเบื้องหลังและใช้ข้อมูลพื้นหลัง
  5. ทดสอบโดยปิดหน้าจอ แล้วให้คนอื่นส่งข้อความหา

ตรวจการแจ้งเตือนในแอป LINE

เปิดการแจ้งเตือนข้อความ

เปิด LINE ไปที่แท็บ หน้าหลัก > ตั้งค่า > การแจ้งเตือน แล้วตรวจว่าเปิดการแจ้งเตือนหลักและการแจ้งเตือนข้อความไว้ หากมีเมนูประเภทการแจ้งเตือน ให้ตรวจว่าไม่ได้ปิดการแสดงข้อความหรือเสียงไว้

ตรวจว่าไม่ได้ปิดเสียงห้องแชต

เปิดห้องแชตที่ไม่แจ้งเตือน แล้วตรวจสัญลักษณ์ปิดเสียงหรือเมนูแจ้งเตือนของห้องนั้น หากปิดเสียงไว้ ให้เปิดการแจ้งเตือนกลับ การตั้งค่าปิดเสียงอาจมีเฉพาะบางห้อง จึงควรทดสอบกับห้องแชตอื่นด้วย

อย่าบังคับปิด LINE

หลีกเลี่ยงการใช้คำสั่งบังคับหยุด LINE หรือปัดปิดแอปจากหน้ารายการแอปล่าสุดซ้ำ ๆ เพราะอาจทำให้การแจ้งเตือนมาช้าหรือไม่เข้า ให้เปิดแอปตามปกติและปล่อยให้ทำงานเบื้องหลัง

เปิดการแจ้งเตือน LINE ในการตั้งค่า OPPO

  1. เปิด การตั้งค่า ของโทรศัพท์
  2. เลือก การแจ้งเตือนและแถบสถานะ หรือเมนู การแจ้งเตือน
  3. เข้าเมนูจัดการการแจ้งเตือนของแอป แล้วเลือก LINE
  4. เปิดการแจ้งเตือนทั้งหมด และตรวจหมวดข้อความให้แสดงบนหน้าจอล็อก
  5. ตรวจว่าไม่ได้เลือกปิดเสียงหรือซ่อนการแจ้งเตือนของ LINE

ตำแหน่งเมนูอาจต่างกัน หากหาไม่พบ ให้ใช้ช่องค้นหาในหน้าการตั้งค่าแล้วพิมพ์คำว่า “การแจ้งเตือน” หรือ “LINE”

อนุญาตให้ LINE ทำงานเบื้องหลัง

ตรวจการใช้แบตเตอรี่ของ LINE

ไปที่ การตั้งค่า > แอป > การจัดการแอป > LINE > การใช้แบตเตอรี่ แล้วตรวจว่าอนุญาตให้แอปทำงานเบื้องหลังหรือไม่ หากมีตัวเลือกจำกัดการทำงานเบื้องหลัง ให้ปรับให้ LINE ทำงานได้ตามต้องการ ชื่อเมนูและตัวเลือกอาจต่างกันตาม ColorOS

หากมีตัวเลือกจัดการการเปิดแอปอัตโนมัติหรือการทำงานพื้นหลัง ให้ตรวจว่า LINE ไม่ถูกปิดกั้น การอนุญาตให้ทำงานเบื้องหลังอาจใช้แบตเตอรี่มากขึ้นเล็กน้อย แต่ช่วยให้แอปตรวจข้อความใหม่ได้ต่อเนื่องขึ้น

เปิดข้อมูลพื้นหลังและตรวจโหมดประหยัดอินเทอร์เน็ต

ในหน้าข้อมูลแอป LINE ให้ตรวจเมนูการใช้ข้อมูล แล้วอนุญาตให้ใช้ข้อมูลเบื้องหลัง หากเปิดโหมดประหยัดอินเทอร์เน็ตไว้ ให้ตรวจว่ามีการจำกัด LINE หรือไม่ นอกจากนี้ให้ทดลองสลับ Wi-Fi กับอินเทอร์เน็ตมือถือเพื่อดูว่าอาการเกิดกับเครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่งหรือไม่

ทดสอบโดยปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่ชั่วคราว

หากเปิดโหมดประหยัดพลังงานหรือโหมดประหยัดพลังงานขั้นสูง ให้ปิดชั่วคราวแล้วล็อกหน้าจอเพื่อทดสอบการแจ้งเตือน หาก LINE กลับมาแจ้งเตือน ให้ตรวจการจำกัดแบตเตอรี่ของ LINE โดยตรง ไม่จำเป็นต้องปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่ตลอดเวลา

ตรวจห้ามรบกวน เสียง และการแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก

  • ปิดโหมด ห้ามรบกวน หรือโหมดเงียบ หากเปิดอยู่
  • ตรวจระดับเสียงแจ้งเตือนและเสียงของ LINE
  • ตรวจว่าหน้าจอล็อกอนุญาตให้แสดงการแจ้งเตือน
  • หากข้อความเข้าแต่ไม่มีเสียง ให้เลือกเสียงแจ้งเตือนใน LINE และตรวจว่าโทรศัพท์ไม่ได้อยู่ในโหมดสั่นหรือเงียบ

ตารางเช็กสาเหตุ LINE ไม่แจ้งเตือนเมื่อปิดหน้าจอ

อาการ จุดที่ควรตรวจ วิธีลองแก้
ข้อความมาเมื่อปลดล็อกหน้าจอ การทำงานเบื้องหลังและการประหยัดแบต อนุญาตให้ LINE ทำงานเบื้องหลัง
ไม่แจ้งเตือนเฉพาะบางห้อง การปิดเสียงห้องแชต เปิดการแจ้งเตือนของห้องนั้น
เห็นข้อความแต่ไม่มีเสียง เสียงแจ้งเตือน โหมดเงียบ และห้ามรบกวน เปิดเสียงและปิดห้ามรบกวน
ไม่แจ้งเตือนเมื่อใช้เน็ตมือถือ ข้อมูลพื้นหลังหรือโหมดประหยัดอินเทอร์เน็ต อนุญาตข้อมูลพื้นหลังให้ LINE
ไม่แจ้งเตือนหลังปัดปิดหรือบังคับหยุด LINE แอปถูกปิดการทำงาน เปิด LINE ใหม่และหลีกเลี่ยงการบังคับหยุด

ถ้าใช้ LINE บนคอมพิวเตอร์ร่วมด้วย

หากเชื่อมบัญชี LINE กับคอมพิวเตอร์ ให้ตรวจการตั้งค่าการแจ้งเตือนบน LINE PC ด้วย เพราะการตั้งค่าการแจ้งเตือนบนคอมพิวเตอร์อาจมีผลต่อวิธีรับการแจ้งเตือนบนมือถือ ตรวจตัวเลือกการแจ้งเตือนมือถือใน LINE PC และเลือกให้มือถือแจ้งเตือนตามที่ต้องการ

ขั้นตอนเพิ่มเติมเมื่อยังไม่แจ้งเตือน

  1. อัปเดต LINE จาก Play Store หรือ App Market
  2. ตรวจอัปเดต ColorOS หากมีเวอร์ชันใหม่
  3. รีสตาร์ตโทรศัพท์
  4. สลับปิดและเปิด Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ตมือถือ
  5. ตรวจพื้นที่จัดเก็บ หากพื้นที่ใกล้เต็มให้สำรองและลบไฟล์ที่ไม่จำเป็น

หากจะถอนและติดตั้ง LINE ใหม่ ให้สำรองประวัติแชตและตรวจข้อมูลบัญชีก่อน เพื่อป้องกันข้อมูลที่ไม่ได้สำรองสูญหาย

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม LINE ถึงแจ้งเตือนตอนปลดล็อก แต่ไม่เด้งตอนปิดหน้าจอ?

อาจเกิดจากระบบจำกัดการใช้แบตเตอรี่หรือข้อมูลเบื้องหลังของ LINE ให้ตรวจการอนุญาตทำงานเบื้องหลังและข้อมูลพื้นหลังในหน้าการตั้งค่าแอป

ต้องปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่ตลอดหรือไม่?

ไม่จำเป็น ให้ทดลองปิดชั่วคราวเพื่อหาสาเหตุก่อน หากพบว่าเกี่ยวกับการประหยัดแบต ให้ปรับการทำงานเบื้องหลังของ LINE แทนการปิดโหมดประหยัดพลังงานตลอดเวลา

ทำไมบางห้องแชตไม่แจ้งเตือน แต่ห้องอื่นแจ้งเตือนปกติ?

อาจปิดเสียงแจ้งเตือนเฉพาะห้องนั้น ให้เปิดห้องแชตและตรวจเมนูการแจ้งเตือนของห้อง

ควรถอนการติดตั้ง LINE เพื่อแก้ปัญหาหรือไม่?

ควรลองตรวจการแจ้งเตือน การทำงานเบื้องหลัง เครือข่าย และอัปเดตก่อน หากยังไม่หายจึงค่อยพิจารณาติดตั้งใหม่ และควรสำรองประวัติแชตกับข้อมูลบัญชีก่อนเสมอ

สรุป

เมื่อ OPPO ไม่แจ้งเตือนไลน์ตอนปิดหน้าจอ ให้เปิดการแจ้งเตือนใน LINE และการตั้งค่าโทรศัพท์ ตรวจห้องแชตที่ปิดเสียง อนุญาตให้แอปทำงานเบื้องหลังและใช้ข้อมูลพื้นหลัง รวมถึงตรวจห้ามรบกวนและโหมดประหยัดแบตเตอรี่

ComSiam แนะนำให้เปลี่ยนการตั้งค่าทีละจุดแล้วทดสอบด้วยการล็อกหน้าจอ หากยังไม่หายให้อัปเดต LINE และ ColorOS ก่อนพิจารณาติดตั้ง LINE ใหม่ พร้อมสำรองประวัติแชตไว้ก่อน

Popular posts from this blog

Windows 10 WiFi เปิดไม่ได้ – วิธีแก้ WiFi Not Turning On

Windows 10 ช้าหลัง Update – วิธีแก้ Slow After Update แบบช่าง IT มืออาชีพ

เปิดไฟล์ PDF ไม่ได้บน Windows 10 วิธีแก้ล่าสุด ใช้ได้ทุกกรณี