iPhone 17 ไมโครโฟนไม่ทำงาน แก้อย่างไร
หาก iPhone 17 ไมโครโฟนไม่ทำงาน โทรแล้วอีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียง อัดเสียงแล้วเงียบ วิดีโอไม่มีเสียง หรือใช้ LINE, Messenger และแอปอื่นแล้วพูดไม่ได้ ปัญหานี้อาจเกิดจากช่องไมโครโฟนถูกบัง สิทธิ์ของแอปถูกปิด อุปกรณ์ Bluetooth เชื่อมต่ออยู่ ซอฟต์แวร์ทำงานผิดปกติ หรือไมโครโฟนบางตัวของเครื่องมีปัญหา
บทความนี้ comsiam จะพาไล่ตรวจทีละขั้น เพื่อช่วยแยกว่าสาเหตุของ iPhone 17 ไมโครโฟนไม่ทำงานเกิดจากการตั้งค่า แอป สิ่งสกปรก หรือฮาร์ดแวร์ และควรเริ่มแก้จากจุดไหนก่อน
① ทดสอบก่อนว่าไมโครโฟนเสียจริงหรือไม่
ก่อนแก้ปัญหา ให้ลองเปิดแอปบันทึกเสียง แล้วพูดประโยคสั้น ๆ จากนั้นเปิดฟังเสียงที่บันทึกไว้
ถ้าได้ยินเสียงชัด
แสดงว่าไมโครโฟนอย่างน้อยบางตัวของเครื่องยังทำงานได้ และปัญหาอาจเกิดเฉพาะบางแอปหรือบางสถานการณ์
ถ้าไม่มีเสียงเลย
ควรตรวจสอบช่องไมโครโฟน การเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก และซอฟต์แวร์ต่อไป
② ถอดเคสออกแล้วทดสอบใหม่
เคสบางรุ่นอาจบังช่องไมโครโฟนโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะเคสที่ออกแบบไม่พอดีกับตัวเครื่อง
ให้ถอดเคสออกชั่วคราว แล้วลองอัดเสียงหรือโทรทดสอบอีกครั้ง
③ ตรวจสอบว่าช่องไมโครโฟนมีฝุ่นหรือไม่
ฝุ่น สิ่งสกปรก หรือคราบต่าง ๆ อาจอุดช่องไมโครโฟนและทำให้เสียงเบา อู้อี้ หรือไม่ถูกบันทึก
ควรตรวจบริเวณช่องเปิดของไมโครโฟนรอบตัวเครื่องอย่างระมัดระวัง
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ไม่ควรใช้เข็มแทงช่องไมโครโฟน
- ไม่ควรใช้น้ำฉีดเข้าไป
- ไม่ควรใช้ของแข็งแคะช่องไมโครโฟน
- ไม่ควรใช้ลมแรงเป่าใกล้มากเกินไป
④ ทดสอบด้วย Voice Memos
เปิดแอป Voice Memos หรือแอปบันทึกเสียง แล้วลองพูดเข้าไปใกล้ด้านล่างของเครื่อง
ถ้าบันทึกเสียงได้ แสดงว่าไมโครโฟนหลักยังสามารถทำงานได้
⑤ ทดสอบกล้องหน้าและกล้องหลัง
iPhone มีไมโครโฟนหลายตำแหน่ง การทดสอบวิดีโอด้วยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังจะช่วยให้แยกได้ว่าไมโครโฟนบางตัวมีปัญหาหรือไม่
- เปิดแอป Camera
- ถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหลังพร้อมพูด
- สลับไปกล้องหน้า
- ถ่ายวิดีโออีกหนึ่งคลิป
- เปิดฟังเสียงทั้งสองคลิป
ถ้าคลิปหนึ่งมีเสียง แต่อีกคลิปไม่มีเสียง
อาจเกี่ยวข้องกับไมโครโฟนคนละตำแหน่งหรือปัญหาบริเวณกล้องบางชุด
⑥ ตรวจสอบสิทธิ์ไมโครโฟนของแอป
หากไมโครโฟนใช้ไม่ได้เฉพาะ LINE, Messenger, TikTok, Instagram หรือแอปอื่น ให้ตรวจสอบว่าแอปได้รับสิทธิ์ใช้ไมโครโฟนหรือไม่
ไปที่
การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > ไมโครโฟน
จากนั้นเปิดสิทธิ์ให้กับแอปที่ต้องการใช้งาน
⑦ LINE โทรแล้วอีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียง
หากเกิดเฉพาะ LINE แต่แอปบันทึกเสียงใช้งานได้ปกติ ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่สิทธิ์ของ LINE หรือแอปทำงานผิดปกติ
ให้ลองตามลำดับนี้
- ตรวจสิทธิ์ไมโครโฟน
- ปิด LINE แล้วเปิดใหม่
- อัปเดต LINE
- รีสตาร์ท iPhone
⑧ โทรศัพท์ปกติ แต่แอปอื่นพูดไม่ได้
หากโทรผ่านแอป Phone ได้ตามปกติ แต่อีกแอปหนึ่งใช้ไมโครโฟนไม่ได้ มักไม่ใช่ปัญหาฮาร์ดแวร์ทั้งระบบ
ควรตรวจสิทธิ์และการตั้งค่าของแอปนั้นเป็นอันดับแรก
⑨ ปิด Bluetooth ชั่วคราว
หากเชื่อมต่อ AirPods หูฟัง Bluetooth ระบบรถยนต์ หรืออุปกรณ์เสียงอื่นอยู่ ไมโครโฟนที่ใช้อาจเป็นของอุปกรณ์ภายนอกแทนไมโครโฟนของ iPhone
ให้ปิด Bluetooth ชั่วคราว แล้วลองอัดเสียงหรือโทรใหม่
⑩ ถอดอุปกรณ์ USB-C ออก
หากมีไมโครโฟนภายนอก หูฟัง หรืออะแดปเตอร์เชื่อมต่ออยู่ ให้ถอดออกทั้งหมด
จากนั้นทดสอบด้วยไมโครโฟนของ iPhone โดยตรง
⑪ รีสตาร์ท iPhone 17
หากสิทธิ์ต่าง ๆ ถูกต้อง แต่ไมโครโฟนยังไม่ทำงาน ให้รีสตาร์ทเครื่อง
ข้อผิดพลาดชั่วคราวของระบบเสียงอาจหายได้หลังเปิดเครื่องใหม่
⑫ อัปเดต iOS
ไปที่
การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
หากมี iOS เวอร์ชันใหม่ ควรสำรองข้อมูลและอัปเดตเครื่อง แล้วทดสอบไมโครโฟนใหม่อีกครั้ง
⑬ อัปเดตแอปที่มีปัญหา
หากไมโครโฟนไม่ทำงานเฉพาะบางแอป ให้เข้า App Store แล้วตรวจสอบว่าแอปมีเวอร์ชันใหม่หรือไม่
แอปเวอร์ชันเก่าอาจมีปัญหาความเข้ากันได้กับ iOS
⑭ ปิดแอปที่อาจกำลังใช้ไมโครโฟน
ถ้ามีหลายแอปเปิดค้างอยู่ ให้ปิดแอปที่ไม่จำเป็น แล้วเปิดแอปที่ต้องการใช้ไมโครโฟนใหม่
วิธีนี้ช่วยตัดปัญหาชั่วคราวจากกระบวนการเบื้องหลังของแอป
⑮ ไมโครโฟนเสียงเบามาก แก้อย่างไร
หากไม่ได้เงียบทั้งหมด แต่เสียงเบามาก ให้ตรวจสอบ
- เคสปิดช่องไมโครโฟนหรือไม่
- มีฝุ่นอุดช่องหรือไม่
- ถือเครื่องบังไมโครโฟนหรือไม่
- ใช้แอปที่ลดระดับเสียงเองหรือไม่
ถอดเคสแล้วทดสอบใหม่เพื่อเปรียบเทียบ
⑯ ไมโครโฟนเสียงแตกหรือเสียงซ่า
หากเสียงบันทึกมีเสียงแตก ซ่า หรืออู้อี้ อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งสกปรก ความชื้น หรือความเสียหายของไมโครโฟน
ควรทดลองอัดเสียงในพื้นที่เงียบและไม่มีลม เพื่อแยกเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม
⑰ เครื่องเคยโดนน้ำต้องทำอย่างไร
หากอาการเริ่มหลังจาก iPhone 17 สัมผัสของเหลว ไมโครโฟนอาจมีความชื้นอยู่บริเวณช่องเปิด
ควรวางเครื่องในบริเวณแห้งและอากาศถ่ายเท และไม่ควรใช้ความร้อนสูงเป่าเข้าไปในเครื่อง
⑱ เครื่องเคยตกหรือกระแทก
หากไมโครโฟนไม่ทำงานหลังจากเครื่องตกหรือกระแทกแรง มีโอกาสเกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์มากขึ้น
อาการที่ควรสังเกต
- ไม่มีเสียงทุกแอป
- เสียงขาดเป็นช่วง
- เสียงกลับมาเมื่อขยับเครื่อง
- วิดีโอและ Voice Memos ไม่มีเสียงพร้อมกัน
⑲ เมื่อไหร่ควรนำเครื่องไปตรวจสอบ
ควรนำ iPhone 17 ไปตรวจเพิ่มเติม หากพบว่า
- Voice Memos บันทึกเสียงไม่ได้
- โทรแล้วอีกฝ่ายไม่ได้ยินทุกครั้ง
- วิดีโอทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังไม่มีเสียง
- ทุกแอปใช้ไมโครโฟนไม่ได้
- ปิด Bluetooth แล้วไม่หาย
- รีสตาร์ทและอัปเดต iOS แล้วไม่หาย
- เครื่องเคยตกหรือโดนน้ำ
หากเกิดหลายอาการพร้อมกัน ควรตรวจสอบฮาร์ดแวร์มากกว่าการแก้ที่แอปเพียงอย่างเดียว
⑳ สรุป iPhone 17 ไมโครโฟนไม่ทำงาน แก้อย่างไร
หาก iPhone 17 ไมโครโฟนไม่ทำงาน ให้เริ่มจากถอดเคส ตรวจช่องไมโครโฟน ทดสอบ Voice Memos และถ่ายวิดีโอด้วยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
ถ้าเกิดเฉพาะ LINE หรือแอปอื่น ให้ตรวจสิทธิ์ที่ การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > ไมโครโฟน จากนั้นปิด Bluetooth รีสตาร์ทเครื่อง และอัปเดตทั้งแอปกับ iOS
comsiam แนะนำให้แยกทดสอบทีละจุด เพราะหาก Voice Memos และวิดีโอไม่มีเสียงพร้อมกัน แม้ตรวจการตั้งค่าแล้ว อาจเป็นสัญญาณว่าควรนำเครื่องไปตรวจสอบฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม