iPhone 17 Always-On Display ไม่ทำงาน แก้อย่างไร
comsiam แนะนำวิธีแก้เมื่อ Always-On Display บน iPhone 17 ไม่แสดงหน้าจอล็อกค้างไว้ตามปกติ ให้ตรวจว่าเปิดคุณสมบัตินี้แล้วหรือไม่ และดูเงื่อนไขที่ทำให้จอดับชั่วคราว เช่น โหมดประหยัดพลังงาน โฟกัสเวลานอน หรือมีสิ่งบังหน้าจอ
① ตรวจว่าเปิด “จอภาพเปิดตลอด” แล้ว
ไปที่ การตั้งค่า > จอภาพและความสว่าง > จอภาพเปิดตลอด แล้วเปิดใช้งาน หากปิดอยู่ หน้าจอจะดับเมื่อเครื่องล็อกแทนที่จะแสดงหน้าจอล็อกแบบหรี่แสง
② ปิดโหมดประหยัดพลังงานเพื่อทดสอบ
ไปที่ การตั้งค่า > แบตเตอรี่ แล้วปิดโหมดประหยัดพลังงานชั่วคราว จากนั้นล็อกหน้าจอและรอดูว่า Always-On Display ทำงานหรือไม่
③ ปิดโฟกัสเวลานอนและตรวจเวลานอน
โฟกัสเวลานอนหรือกำหนดเวลานอนอาจทำให้หน้าจอเปิดตลอดปิดลง ตรวจสถานะโฟกัสในศูนย์ควบคุม และตรวจตารางเวลานอนหากหน้าจอดับเฉพาะช่วงกลางคืน
④ วางเครื่องหงายและอย่าบังหน้าจอ
Always-On Display อาจปิดหน้าจอเมื่อ iPhone คว่ำหน้า ถูกบัง หรืออยู่ในกระเป๋า วางเครื่องหงายบนพื้นผิวโดยไม่มีสิ่งปิดหน้าจอ แล้วล็อกเครื่องเพื่อทดสอบ
⑤ ตรวจการเชื่อมต่อ Apple Watch, CarPlay และกล้องต่อเนื่อง
หน้าจออาจดับเมื่อ iPhone ไม่อยู่ใกล้ Apple Watch ที่จับคู่ไว้ เมื่อเริ่มใช้ CarPlay หรือระหว่างใช้กล้องต่อเนื่องกับอุปกรณ์อื่น หากกำลังใช้งานคุณสมบัติเหล่านี้ ให้จบการใช้งานแล้วทดสอบอีกครั้ง
⑥ รีสตาร์ทและตรวจรายการอัปเดต iOS
รีสตาร์ท iPhone 17 แล้วตรวจรายการอัปเดตที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์ หากมีรายการอัปเดต ให้สำรองข้อมูลและทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ
⑦ ทดสอบการทำงานอีกครั้ง
- เปิดจอภาพเปิดตลอด
- ปิดโหมดประหยัดพลังงานและโฟกัสเวลานอนชั่วคราว
- วาง iPhone หงายและไม่บังหน้าจอ
- กดปุ่มด้านข้างเพื่อล็อกเครื่อง แล้วรอสังเกตหน้าจอ
หน้าจอ Always-On จะหรี่ลง ไม่ได้สว่างเหมือนหน้าจอที่กำลังใช้งาน หากยังไม่แสดงหลังตรวจเงื่อนไขข้างต้นแล้ว ให้ติดต่อ Apple Support หรือศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาต
สรุป
เมื่อ Always-On Display บน iPhone 17 ไม่ทำงาน ให้ตรวจว่าเปิด “จอภาพเปิดตลอด” แล้ว ปิดโหมดประหยัดพลังงานและโฟกัสเวลานอนชั่วคราว จากนั้นวางเครื่องหงายและไม่บังเซ็นเซอร์ หากยังไม่ทำงานหลังรีสตาร์ทและอัปเดต iOS ควรให้ Apple ตรวจสอบ โดย comsiam แนะนำให้ทดสอบในสภาพที่ไม่ใช้ CarPlay หรือกล้องต่อเนื่องด้วย