Nearby Sharing บน Windows 10 ใช้งานไม่ได้ ส่งไฟล์ไม่สำเร็จ แก้อย่างไร

 Nearby Sharing บน Windows 10 ใช้ส่งเอกสาร รูปภาพ และลิงก์ไปยังคอมพิวเตอร์ Windows ที่อยู่ใกล้กันผ่าน Bluetooth และ Wi-Fi หากค้นหาเครื่องไม่พบหรือส่งไฟล์ไม่สำเร็จ ต้องเปิด Nearby Sharing บนอุปกรณ์ทั้งสอง ตั้งเป็น Everyone nearby และตรวจสอบว่า Bluetooth รองรับ Low Energy

สำหรับการส่งไฟล์ด้วยความเร็วสูง คอมพิวเตอร์ทั้งสองควรเชื่อมต่อ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกันและตั้ง Network profile เป็น Private หากใช้ My devices only ต้องลงชื่อเข้าบัญชี Microsoft เดียวกันทั้งสองเครื่อง

บทความนี้อธิบายวิธีเปิดใช้งาน ส่งไฟล์ และแก้ปัญหาเครื่องไม่ปรากฏ ค้าง Waiting to receive ไม่มีแจ้งเตือน หรือไฟล์ถูกส่งช้ามาก


📡 Nearby Sharing คืออะไร

Nearby Sharing เป็นคุณสมบัติส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ Windows ที่อยู่ใกล้กัน โดย Bluetooth ใช้ช่วยค้นหาอุปกรณ์ ส่วน Wi-Fi สามารถช่วยส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงขึ้นเมื่อเครื่องอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน

Nearby Sharing รองรับข้อมูลหลายประเภท เช่น

  • เอกสาร

  • รูปภาพ

  • วิดีโอ

  • ไฟล์ทั่วไป

  • ลิงก์เว็บไซต์

  • เนื้อหาจากแอปที่รองรับเมนู Share

คุณสมบัตินี้ไม่เหมือน Shared folder บนเครือข่าย เพราะผู้รับต้องกดยอมรับไฟล์แต่ละครั้ง และไม่เหมือน Bluetooth File Transfer แบบเดิมที่ต้องเปิดหน้ารอรับไฟล์ด้วยตนเอง


✅ Nearby Sharing ใช้กับ Windows 10 ได้หรือไม่

ใช้ได้ โดย Microsoft ระบุข้อกำหนดสำคัญสำหรับ Windows 10 ดังนี้

  • Windows 10 Version 1803 หรือใหม่กว่า

  • คอมพิวเตอร์ทั้งสองเปิด Nearby Sharing

  • Bluetooth 4.0 หรือใหม่กว่า

  • Bluetooth รองรับ Low Energy หรือ LE

  • เปิด Bluetooth และ Wi-Fi

  • ควรเชื่อมต่อ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกัน

  • ตั้ง Network profile เป็น Private

  • เลือก Everyone nearby หรือ My devices only ให้เหมาะสม

  • เปิดการแจ้งเตือนของ Windows

  • วางอุปกรณ์ให้อยู่ใกล้กัน

Nearby Sharing สามารถส่งไฟล์ระหว่าง Windows 10 กับ Windows 11 ได้ หากอุปกรณ์และการตั้งค่าตรงตามข้อกำหนด


⚠️ Nearby Sharing กับ Google Quick Share เหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน แม้ชื่อและวัตถุประสงค์จะใกล้เคียงกัน

คุณสมบัติNearby Sharing ของ WindowsGoogle Quick Share
ผู้พัฒนาMicrosoftGoogle
อุปกรณ์หลักWindows PC กับ Windows PCAndroid, Chromebook และ Windows ที่รองรับ
ติดตั้งเพิ่มมีใน Windowsต้องติดตั้งโปรแกรมบน Windows
วิธีเปิดShared experiencesเปิดผ่านโปรแกรม Quick Share
บัญชีMicrosoft account ในบางโหมดGoogle account ในบางโหมด
ใช้ส่งไป Android โดยตรงไม่ใช่หน้าที่หลักรองรับตามข้อกำหนด

หากต้องการส่งไฟล์จาก Windows 10 ไปโทรศัพท์ Android ควรใช้ Phone Link, Google Quick Share, Bluetooth File Transfer หรือสาย USB ไม่ควรค้นหาโทรศัพท์ Android จาก Nearby Sharing ของ Windows แล้วสรุปว่าระบบเสีย


① วิธีเปิด Nearby Sharing บน Windows 10

ต้องเปิดบนคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับ

① คลิก Start

② เปิด Settings

③ เลือก System

④ คลิก Shared experiences

⑤ ค้นหาหัวข้อ Nearby sharing

⑥ เปิดสวิตช์ Nearby Sharing

⑦ ที่หัวข้อ I can share or receive content from เลือกอุปกรณ์ที่อนุญาต

⑧ ทำขั้นตอนเดียวกันบนคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง

Windows 11 ใช้ตำแหน่ง Settings แตกต่างจาก Windows 10 หากเครื่องรับเป็น Windows 11 ให้ค้นหาคำว่า Nearby sharing จากช่องค้นหาของ Settings


② Everyone nearby กับ My devices only ต่างกันอย่างไร

Everyone nearby

คอมพิวเตอร์ Windows ที่อยู่ใกล้และเปิด Nearby Sharing สามารถมองเห็นชื่อเครื่องของกันและกันได้ ผู้รับยังต้องกดยอมรับก่อนรับไฟล์

เหมาะกับการส่งไฟล์ให้คอมพิวเตอร์ของผู้อื่นชั่วคราว

My devices only

อนุญาตเฉพาะอุปกรณ์ของผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าบัญชี Microsoft เดียวกัน เหมาะกับผู้ที่มีคอมพิวเตอร์มากกว่าหนึ่งเครื่อง

หากใช้ My devices only แล้วค้นหาเครื่องไม่พบ ให้ตรวจสอบว่าอีเมลบัญชี Microsoft ตรงกันจริง ไม่ใช่เพียงชื่อผู้ใช้ Windows เหมือนกัน


③ วิธีตั้ง Wi-Fi เป็น Private Network

Nearby Sharing และ Network discovery อาจทำงานไม่สมบูรณ์เมื่อเครือข่ายถูกตั้งเป็น Public

① เปิด Settings

② เลือก Network & Internet

③ เลือก Wi-Fi

④ คลิกชื่อเครือข่ายที่กำลังเชื่อมต่อ

⑤ เลือก Network profile เป็น Private

⑥ ทำขั้นตอนเดียวกันบนคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง

หากเชื่อมต่อด้วยสาย LAN ให้เลือก Ethernet แล้วเปิดรายละเอียดเครือข่าย จากนั้นตั้งเป็น Private

ควรใช้ Private เฉพาะเครือข่ายบ้านหรือเครือข่ายที่เชื่อถือได้ ไม่ควรเปลี่ยน Wi-Fi สาธารณะเป็น Private เพียงเพื่อส่งไฟล์


④ วิธีส่งไฟล์ด้วย Nearby Sharing

① เปิด Nearby Sharing บนคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่อง

② เปิด Bluetooth และ Wi-Fi

③ เชื่อมต่อ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกัน

④ เปิด File Explorer บนเครื่องส่ง

⑤ ค้นหาไฟล์ที่ต้องการส่ง

⑥ คลิกขวาที่ไฟล์

⑦ เลือก Share

⑧ รอให้ Windows ค้นหาอุปกรณ์

⑨ คลิกชื่อคอมพิวเตอร์เครื่องรับ

⑩ ที่เครื่องรับ ให้กด Save หรือ Save & open

⑪ รอจนการส่งเสร็จ

⑫ เปิดโฟลเดอร์ปลายทางเพื่อตรวจสอบไฟล์

ผู้รับต้องตอบรับภายในเวลาที่กำหนด หากปล่อยการแจ้งเตือนไว้นานเกินไป การส่งอาจถูกยกเลิกและต้องเริ่มใหม่


📁 ไฟล์ที่ได้รับถูกเก็บไว้ที่ไหน

ตามค่าเริ่มต้น Windows มักเก็บไฟล์ที่รับผ่าน Nearby Sharing ไว้ในโฟลเดอร์ Downloads แต่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้

① เข้า Settings

② เลือก System

③ เปิด Shared experiences

④ ค้นหาหัวข้อ Save files I receive to

⑤ คลิก Change

⑥ เลือกโฟลเดอร์ใหม่

⑦ กด Select folder

ควรเลือกโฟลเดอร์ที่บัญชี Windows มีสิทธิ์เขียนไฟล์ และหลีกเลี่ยง Network drive หรือ USB ที่อาจถูกถอดระหว่างรับข้อมูล


🚫 Nearby Sharing หาอีกเครื่องไม่เจอ

① เปิด Nearby Sharing ทั้งสองเครื่อง

บางครั้งเปิดไว้เฉพาะเครื่องส่ง แต่เครื่องรับยังปิดอยู่ ต้องตรวจสอบ Settings ทั้งสองฝั่ง

② เลือก Everyone nearby ชั่วคราว

ใช้โหมดนี้เพื่อทดสอบ หากค้นพบแล้วค่อยเปลี่ยนกลับเป็น My devices only

③ เปิด Bluetooth และ Wi-Fi

แม้คอมพิวเตอร์จะใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสาย LAN ควรเปิด Wi-Fi และ Bluetooth เพื่อให้ระบบค้นหาอุปกรณ์ได้ครบ

④ วางเครื่องให้ใกล้กัน

นำคอมพิวเตอร์มาไว้ในห้องเดียวกันและลดสิ่งกีดขวางระหว่างทดสอบ

⑤ ปิด Airplane mode

ตรวจสอบ Action Center ว่าไม่ได้เปิดโหมดเครื่องบิน

⑥ ปิด VPN ชั่วคราว

VPN และอะแดปเตอร์เครือข่ายเสมือนอาจทำให้ Windows เลือกเส้นทางเครือข่ายผิด

⑦ รีสตาร์ตอุปกรณ์

ปิดและเปิด Bluetooth, Wi-Fi แล้วรีสตาร์ต Windows ทั้งสองเครื่อง


🔵 วิธีตรวจสอบว่า Bluetooth รองรับ Low Energy หรือไม่

Nearby Sharing บน Windows 10 ต้องใช้อะแดปเตอร์ Bluetooth ที่รองรับ Low Energy Central Role

① คลิกขวาปุ่ม Start

② เลือก Device Manager

③ ขยายหัวข้อ Bluetooth

④ คลิกขวา Bluetooth radio adapter

⑤ เลือก Properties

⑥ เปิดแท็บ Details

⑦ ที่เมนู Property เลือก Bluetooth radio supports Low Energy Central Role

⑧ ตรวจสอบค่า Value

หากแสดง True หมายถึงรองรับ หากแสดง False หรือไม่มีรายการ อะแดปเตอร์หรือไดรเวอร์อาจไม่รองรับ

Bluetooth 4.0 บางรุ่นอาจมีฮาร์ดแวร์ LE แต่ไดรเวอร์ไม่แสดงความสามารถอย่างถูกต้อง จึงควรอัปเดตไดรเวอร์จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หรืออะแดปเตอร์


🛠️ เปิด Nearby Sharing ไม่ได้หรือเมนูไม่มี

① ตรวจสอบ Windows Version

กด Windows + R พิมพ์ winver แล้วตรวจสอบว่าเป็น Version 1803 หรือใหม่กว่า

② อัปเดต Windows

เข้า Settings > Update & Security > Windows Update แล้วติดตั้งอัปเดตที่มี

③ ตรวจสอบ Bluetooth

หากคอมพิวเตอร์ไม่มี Bluetooth ที่รองรับ Windows อาจไม่แสดงหรือไม่สามารถเปิด Nearby Sharing ได้อย่างสมบูรณ์

④ ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้

เครื่องที่ถูกจัดการโดยองค์กรอาจปิด Shared experiences ผ่าน Group Policy

⑤ ตรวจสอบบริการระบบ

เปิด services.msc แล้วตรวจสอบบริการ Bluetooth ที่เกี่ยวข้องว่าไม่ได้ถูกปิดถาวร

⑥ อัปเดตไดรเวอร์

ติดตั้งไดรเวอร์ Bluetooth, Wi-Fi และ Chipset ให้ตรงรุ่น

ไม่ควรดาวน์โหลดไดรเวอร์จากเว็บรวม Driver เพราะอาจติดตั้งรุ่นผิดและทำให้ Bluetooth หายจาก Device Manager


⏳ Nearby Sharing ค้าง Waiting to receive

ข้อความ Waiting to receive หมายถึงเครื่องส่งพบอุปกรณ์แล้ว แต่เครื่องรับยังไม่ได้ตอบรับอย่างสมบูรณ์

① ตรวจสอบการแจ้งเตือนบนเครื่องรับ

② เปิด Action Center

③ ปิด Focus Assist ชั่วคราว

④ กด Save เมื่อข้อความรับไฟล์ปรากฏ

⑤ เปิด Bluetooth ใหม่ทั้งสองเครื่อง

⑥ ตรวจสอบหน้าจอว่าไม่ถูกล็อก

⑦ เปลี่ยนเป็น Everyone nearby

⑧ หากใช้ My devices only ให้ตรวจสอบบัญชี Microsoft

⑨ ยกเลิกการส่งแล้วเริ่มใหม่

⑩ รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่อง

การล็อกหน้าจอหรือปิดฝาโน้ตบุ๊กระหว่างส่งไฟล์อาจทำให้การรับหยุดลง


🔔 เครื่องรับไม่มีการแจ้งเตือน

① ตรวจสอบ Action Center

บางครั้งข้อความไม่แสดงเป็น Banner แต่ยังอยู่ใน Action Center

② ปิด Focus Assist

เข้า Settings > System > Focus assist แล้วปิดชั่วคราว

③ เปิดการแจ้งเตือน

เข้า Settings > System > Notifications & actions แล้วตรวจสอบว่าเปิด Notifications

④ ส่งไฟล์ใหม่

การแจ้งเตือนเดิมอาจหมดเวลาแล้ว

⑤ ตรวจสอบ Everyone nearby

ตั้งเครื่องรับให้มองเห็นได้ชั่วคราว

⑥ ตรวจสอบชื่อเครื่อง

เครื่องส่งอาจเลือกคอมพิวเตอร์อีกเครื่องที่มีชื่อคล้ายกัน

ควรตั้งชื่อคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องให้แตกต่างและเข้าใจง่าย โดยต้องรีสตาร์ตหลังเปลี่ยนชื่อ


📶 Nearby Sharing ส่งไฟล์ช้ามาก

Nearby Sharing อาจส่งผ่าน Bluetooth เมื่อไม่สามารถใช้ Wi-Fi ได้ ซึ่งช้ากว่ามาก โดยเฉพาะไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่

แก้ไขได้ดังนี้

① เชื่อมต่อ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกัน

② ตั้ง Network profile เป็น Private

③ เปิด Network discovery

④ ใช้ Wi-Fi 5 GHz หากอุปกรณ์รองรับ

⑤ วางเครื่องใกล้เราเตอร์

⑥ หยุดดาวน์โหลดไฟล์อื่น

⑦ ปิด VPN

⑧ อัปเดตไดรเวอร์ Wi-Fi

⑨ ส่งไฟล์ทีละชุด

⑩ ใช้สาย LAN, USB หรือ Shared folder สำหรับไฟล์ใหญ่มาก

Bluetooth เหมาะกับการค้นหาอุปกรณ์และส่งไฟล์ขนาดไม่ใหญ่ หากต้องย้ายข้อมูลหลายสิบ GB ควรใช้วิธีที่เร็วและเสถียรกว่า


🌐 วิธีเปิด Network Discovery

① เปิด Control Panel

② เลือก Network and Internet

③ เปิด Network and Sharing Center

④ คลิก Change advanced sharing settings

⑤ ขยายหัวข้อ Private

⑥ เลือก Turn on network discovery

⑦ บันทึกการเปลี่ยนแปลง

ควรเปิด Network discovery เฉพาะบนเครือข่าย Private ที่เชื่อถือได้ ไม่ควรเปิดบน Wi-Fi สาธารณะ


🔄 วิธีรีสตาร์ต Bluetooth และ Wi-Fi Adapter

Bluetooth

① เปิด Device Manager

② ขยาย Bluetooth

③ คลิกขวา Bluetooth adapter

④ เลือก Disable device

⑤ รอสักครู่

⑥ คลิกขวาอีกครั้ง

⑦ เลือก Enable device

Wi-Fi

① ขยาย Network adapters

② คลิกขวา Wireless adapter

③ เลือก Disable device

④ รอสักครู่

⑤ เลือก Enable device

ขั้นตอนนี้จะตัดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Bluetooth และ Wi-Fi ชั่วคราว ควรบันทึกงานออนไลน์ก่อนดำเนินการ


🧰 อัปเดตไดรเวอร์ Bluetooth และ Wi-Fi

① จดรุ่นคอมพิวเตอร์หรือเมนบอร์ด

② เปิด Device Manager

③ จดชื่อ Bluetooth และ Wi-Fi Adapter

④ ดาวน์โหลดไดรเวอร์จากผู้ผลิตอุปกรณ์

⑤ ตรวจสอบว่าเป็นไดรเวอร์สำหรับ Windows 10 แบบ 64-bit

⑥ ติดตั้ง Chipset ก่อนหากผู้ผลิตกำหนด

⑦ ติดตั้ง Wi-Fi และ Bluetooth Driver

⑧ รีสตาร์ต Windows

อะแดปเตอร์ Wi-Fi กับ Bluetooth บางรุ่นรวมอยู่ในการ์ดใบเดียวกัน การติดตั้งไดรเวอร์ไม่ครบอาจทำให้ Wi-Fi ใช้ได้แต่ Bluetooth มีปัญหา หรือกลับกัน


🛡️ Firewall ทำให้ Nearby Sharing ใช้ไม่ได้

Firewall หรือโปรแกรมรักษาความปลอดภัยภายนอกอาจบล็อกการค้นหาและรับส่งข้อมูล

วิธีตรวจสอบ

① ตรวจสอบว่าเครือข่ายตั้งเป็น Private

② เปิด Windows Security

③ เข้า Firewall & network protection

④ ตรวจสอบว่าไม่ได้ปิดกั้น Network discovery และการแชร์ที่จำเป็น

⑤ ทดลองปิดเฉพาะ Firewall ของโปรแกรมภายนอกชั่วคราว หากได้รับอนุญาต

⑥ เปิดกลับทันทีหลังทดสอบ

ไม่ควรปิด Windows Firewall ทุก Profile เป็นเวลานาน ควรแก้ที่ Network profile และกฎเฉพาะที่เกี่ยวข้อง


☁️ ส่งไฟล์จาก OneDrive แล้วได้เพียงลิงก์

Microsoft ระบุว่าเมื่อแชร์ไฟล์ที่เก็บอยู่บน Cloud ระบบอาจส่งเพียงลิงก์ไปยังตำแหน่งไฟล์ ไม่ใช่ไฟล์จริงในเครื่อง

หากต้องการส่งไฟล์จริงให้ทำดังนี้

① เปิด File Explorer

② คลิกขวาไฟล์ Cloud

③ เลือกให้ดาวน์โหลดหรือเก็บไฟล์ไว้บนอุปกรณ์

④ รอจนไฟล์พร้อมใช้งาน Offline

⑤ คัดลอกไฟล์ไปยังโฟลเดอร์ Local

⑥ ใช้ Nearby Sharing ส่งไฟล์ Local ดังกล่าว

⑦ ตรวจสอบขนาดไฟล์ที่เครื่องรับ

ไม่ควรสรุปว่าการส่งสำเร็จจนกว่าจะตรวจสอบว่าเครื่องรับมีไฟล์จริง ไม่ใช่เพียง Shortcut หรือลิงก์


📂 ส่งไฟล์สำเร็จแต่หาไฟล์ไม่เจอ

① เปิด Settings

② เข้า System > Shared experiences

③ ตรวจสอบ Save files I receive to

④ เปิดโฟลเดอร์ที่กำหนด

⑤ เรียงไฟล์ตาม Date modified

⑥ ค้นหาด้วยชื่อไฟล์

⑦ ตรวจสอบ Downloads

⑧ ตรวจสอบ Windows Security Protection history

หากเปลี่ยนโฟลเดอร์ปลายทางไปยัง USB หรือไดรฟ์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อ การรับไฟล์อาจล้มเหลว ควรเปลี่ยนกลับเป็นโฟลเดอร์ Local


🔐 ใช้ Everyone nearby อย่างไรให้ปลอดภัย

เมื่อเลือก Everyone nearby ชื่อคอมพิวเตอร์และข้อมูล Bluetooth บางส่วนจะถูกเผยแพร่ให้อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้เพื่อใช้ค้นหาเครื่อง

ทีมงาน comsiam แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

  • เปิด Everyone nearby เฉพาะเวลาที่ต้องรับไฟล์

  • ตรวจสอบชื่อเครื่องส่งก่อนกด Save

  • ปฏิเสธไฟล์ที่ไม่ได้ร้องขอ

  • สแกนไฟล์หลังรับ

  • ไม่รับไฟล์ติดตั้งจากคนไม่รู้จัก

  • เปลี่ยนกลับ My devices only หลังใช้งาน

  • ปิด Nearby Sharing เมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ

  • ไม่ตั้ง Network เป็น Private บน Wi-Fi ที่ไม่เชื่อถือ

  • ตรวจสอบนามสกุลไฟล์

  • ไม่เปิดไฟล์ที่แจ้งให้ปิด Windows Security

ผู้รับยังต้องกดยืนยันก่อนบันทึก แต่ไม่ควรยอมรับไฟล์โดยดูเพียงชื่อ เพราะชื่อไฟล์สามารถตั้งให้คล้ายเอกสารทั่วไปได้


🔁 ทางเลือกเมื่อ Nearby Sharing ยังใช้ไม่ได้

วิธีเหมาะกับ
USB Flash Driveส่งไฟล์ทั่วไปโดยไม่ใช้เครือข่าย
External SSDย้ายไฟล์ขนาดใหญ่
Shared folderใช้ในเครือข่ายบ้านหรือสำนักงาน
OneDriveส่งไฟล์ผ่านอินเทอร์เน็ต
Bluetooth File Transferไฟล์ขนาดเล็กและอุปกรณ์ไม่มี Nearby Sharing
Phone Linkส่งข้อมูลระหว่าง Windows กับ Android ที่รองรับ
Google Quick Shareส่งระหว่าง Windows กับ Android
สาย USBส่งไฟล์จากโทรศัพท์หรืออุปกรณ์โดยตรง

ควรเลือกวิธีตามขนาดไฟล์ ประเภทอุปกรณ์ และความน่าเชื่อถือของเครือข่าย


❓ คำถามที่พบบ่อย

Nearby Sharing ใช้กับ Windows 10 ได้ไหม

ได้ โดยต้องใช้ Windows 10 Version 1803 หรือใหม่กว่า พร้อม Bluetooth 4.0 ที่รองรับ Low Energy

ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไหม

ไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับทุกกรณี แต่ควรเปิด Bluetooth และ Wi-Fi โดยการอยู่เครือข่ายเดียวกันช่วยเพิ่มความเร็ว

Nearby Sharing ส่งไฟล์ไป Android ได้ไหม

Nearby Sharing ของ Windows ออกแบบมาสำหรับส่งระหว่างคอมพิวเตอร์ Windows หากต้องส่งไป Android ควรใช้ Google Quick Share, Phone Link, Bluetooth หรือสาย USB

ทำไมเลือก My devices only แล้วไม่เห็นอีกเครื่อง

ทั้งสองเครื่องต้องใช้บัญชี Microsoft เดียวกัน หากใช้คนละบัญชีให้เลือก Everyone nearby ชั่วคราว

ไม่มี Bluetooth ใช้ Nearby Sharing ได้ไหม

Nearby Sharing ต้องใช้ Bluetooth ที่รองรับเพื่อค้นหาอุปกรณ์ แม้จะใช้ Wi-Fi ช่วยส่งไฟล์ก็ตาม

Bluetooth เชื่อมเมาส์ได้แต่ Nearby Sharing ใช้ไม่ได้เพราะอะไร

อะแดปเตอร์อาจไม่รองรับ Bluetooth Low Energy Central Role หรือไดรเวอร์ไม่แสดงความสามารถนี้อย่างถูกต้อง

ไฟล์ที่รับอยู่ที่ไหน

โดยทั่วไปอยู่ใน Downloads หรือโฟลเดอร์ที่กำหนดใน Save files I receive to

Nearby Sharing ส่งไฟล์ได้ใหญ่แค่ไหน

ข้อจำกัดและประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับระบบ พื้นที่ และเครือข่าย ไฟล์ขนาดใหญ่มากควรใช้ External SSD, LAN หรือ Cloud

Windows 10 หมดการสนับสนุนแล้ว Nearby Sharing ยังใช้ได้ไหม

คุณสมบัติอาจยังทำงานได้ แต่ Windows 10 สิ้นสุดการสนับสนุนทั่วไปแล้ว ควรสมัคร ESU หรือวางแผนอัปเกรดเพื่อรักษาความปลอดภัยและความเข้ากันได้


✅ สรุป

Nearby Sharing บน Windows 10 ต้องเปิดบนคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่อง ใช้ Bluetooth 4.0 ที่รองรับ Low Energy และควรเชื่อมต่อ Wi-Fi เครือข่ายเดียวกัน หากหาเครื่องไม่พบให้ตั้งเป็น Everyone nearby เปิด Bluetooth กับ Wi-Fi และตั้งเครือข่ายที่เชื่อถือได้เป็น Private

หากค้าง Waiting to receive ให้ตรวจสอบ Action Center, Focus Assist และบัญชี Microsoft ส่วนกรณีส่งไฟล์ช้ามากมักเกิดจากระบบใช้ Bluetooth แทน Wi-Fi หรืออุปกรณ์อยู่คนละเครือข่าย

คู่มือจาก comsiam แนะนำให้ตรวจสอบ Bluetooth LE, Driver และ Network profile ก่อนรีเซ็ตระบบ หลังส่งไฟล์เสร็จควรปิด Everyone nearby หรือเปลี่ยนกลับเป็น My devices only เพื่อไม่ให้ชื่อคอมพิวเตอร์ปรากฏต่ออุปกรณ์อื่นโดยไม่จำเป็น

Popular posts from this blog

Windows 10 WiFi เปิดไม่ได้ – วิธีแก้ WiFi Not Turning On

Windows 10 ช้าหลัง Update – วิธีแก้ Slow After Update แบบช่าง IT มืออาชีพ

เปิดไฟล์ PDF ไม่ได้บน Windows 10 วิธีแก้ล่าสุด ใช้ได้ทุกกรณี