Windows 10 Windows Update Service เปิดไม่ได้ วิธีแก้บริการอัปเดตไม่ทำงาน
Windows Update Service เป็นบริการหลักที่ทำให้ Windows 10 ดาวน์โหลดและติดตั้งอัปเดตด้านความปลอดภัย ฟีเจอร์ใหม่ และการแก้ไขข้อบกพร่อง หากบริการนี้เปิดไม่ได้ หยุดทำงานเอง หรือขึ้น Error จะทำให้ Windows ไม่สามารถอัปเดตได้ ส่งผลต่อทั้งความปลอดภัยและความเสถียรของระบบ
บทความนี้จะแนะนำสาเหตุที่พบบ่อย พร้อมวิธีแก้ไขแบบละเอียด เพื่อให้ Windows Update Service กลับมาทำงานได้ตามปกติ
อาการที่พบ
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
Windows Update Service เปิดไม่ได้
บริการ Windows Update หยุดเอง
Start Service ไม่ได้
ขึ้น Error เมื่อเปิดบริการ
Windows Update ดาวน์โหลดไม่ได้
ตรวจสอบอัปเดตไม่สำเร็จ
บริการหายจาก Services
อัปเดต Windows ไม่ได้หลังรีสตาร์ท
สาเหตุที่ทำให้ Windows Update Service เปิดไม่ได้
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
Windows Update Service ถูกปิด
Background Intelligent Transfer Service (BITS) ไม่ทำงาน
ไฟล์ระบบเสียหาย
โฟลเดอร์ SoftwareDistribution เสียหาย
Windows Update Components ผิดปกติ
โปรแกรม Antivirus รบกวนการทำงาน
Registry มีปัญหา
Windows Update ก่อนหน้าติดตั้งไม่สมบูรณ์
วิธีแก้ Windows Update Service เปิดไม่ได้
1. ตรวจสอบบริการ Windows Update
กด
Windows + R
พิมพ์
services.msc
ตรวจสอบบริการ
Windows Update
ให้มีสถานะ
Running
และ Startup Type เป็น
Automatic หรือ Manual (Trigger Start)
2. ตรวจสอบบริการ BITS
ในหน้าต่าง Services
ตรวจสอบบริการ
Background Intelligent Transfer Service (BITS)
ควรอยู่ในสถานะ
Running
เพราะ Windows Update ต้องใช้บริการนี้ในการดาวน์โหลดไฟล์
3. รีสตาร์ทบริการ Windows Update
เปิด Command Prompt (Run as Administrator)
รันคำสั่ง
net stop wuauserv
net start wuauserv
จากนั้นลองตรวจสอบอัปเดตอีกครั้ง
4. ล้างโฟลเดอร์ SoftwareDistribution
หยุดบริการ Windows Update ก่อน
net stop wuauserv
net stop bits
จากนั้นลบไฟล์ภายในโฟลเดอร์
C:\Windows\SoftwareDistribution
แล้วเปิดบริการใหม่
net start bits
net start wuauserv
5. ซ่อมไฟล์ระบบ
รันคำสั่ง
sfc /scannow
จากนั้น
DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth
6. ใช้ Windows Update Troubleshooter
ไปที่
Settings → Update & Security → Troubleshoot
เลือก
Windows Update
แล้วทำตามขั้นตอนที่แนะนำ
7. ตรวจสอบพื้นที่ว่างของไดรฟ์ C
Windows ควรมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย
20 GB
เพื่อรองรับการดาวน์โหลดและติดตั้งอัปเดต
8. ถอน Antivirus ชั่วคราว
หากใช้โปรแกรม Antivirus จากผู้ผลิตรายอื่น
ให้ทดลองปิดหรือถอนการติดตั้งชั่วคราว
แล้วลองอัปเดตอีกครั้ง
9. ใช้ System Restore
หากปัญหาเริ่มหลังติดตั้งโปรแกรมหรืออัปเดต
ให้ย้อนระบบกลับไปก่อนวันที่เริ่มเกิดปัญหา
10. รีเซ็ต Windows Update Components
หากทุกวิธีไม่ได้ผล
ให้รีเซ็ตส่วนประกอบของ Windows Update ทั้งหมด
แล้วรีสตาร์ทเครื่อง
วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาการอัปเดตได้ในหลายกรณี
วิธีป้องกันปัญหา Windows Update Service
อย่าปิดบริการ Windows Update
ปิดเครื่องอย่างถูกวิธี
ตรวจสอบพื้นที่ว่างของไดรฟ์ C
อัปเดต Driver จากเว็บไซต์ผู้ผลิต
สร้าง Restore Point ก่อนอัปเดตใหญ่
ทีมงาน comsiam แนะนำให้เริ่มจากการตรวจสอบบริการ Windows Update และ BITS ก่อน เพราะเป็นสองบริการหลักที่ทำให้ระบบอัปเดตทำงานได้ หากบริการใดบริการหนึ่งหยุดทำงาน การอัปเดตจะล้มเหลวทันที
คำถามที่พบบ่อย
Windows Update Service คืออะไร
เป็นบริการของ Windows ที่รับผิดชอบการค้นหา ดาวน์โหลด และติดตั้งอัปเดตของระบบปฏิบัติการ
ลบโฟลเดอร์ SoftwareDistribution ปลอดภัยหรือไม่
ปลอดภัย เพราะ Windows จะสร้างโฟลเดอร์ใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อเริ่มใช้งาน Windows Update อีกครั้ง
ต้องติดตั้ง Windows ใหม่หรือไม่
ไม่จำเป็น เพราะส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ด้วยการรีสตาร์ทบริการ ล้างแคช Windows Update ซ่อมไฟล์ระบบ หรือรีเซ็ต Windows Update Components
สรุป
Windows Update Service เปิดไม่ได้ใน Windows 10 มักเกิดจากบริการของระบบถูกปิด โฟลเดอร์ SoftwareDistribution เสียหาย ไฟล์ระบบผิดปกติ หรือ Windows Update Components มีปัญหา หากตรวจสอบตามขั้นตอนในบทความนี้ จะสามารถทำให้บริการอัปเดตกลับมาทำงานได้อีกครั้งโดยไม่ต้องติดตั้ง Windows ใหม่ สำหรับการใช้งานระยะยาว comsiam แนะนำให้อัปเดต Windows อย่างสม่ำเสมอ ดูแลพื้นที่ว่างของไดรฟ์ระบบ และตรวจสอบบริการสำคัญเป็นประจำ เพื่อให้เครื่องได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง