Outlook เปิดไม่ได้บน Windows 10 แก้ค้าง เด้ง และเข้าโปรแกรมไม่ได้
Outlook เปิดไม่ได้บน Windows 10 อาจเกิดจากโปรแกรมค้าง Add-in ขัดแย้ง Navigation Pane เสีย โปรไฟล์ Outlook มีปัญหา หรือไฟล์ของ Microsoft Office ไม่สมบูรณ์ หากใช้ Classic Outlook ให้เริ่มด้วยคำสั่ง outlook.exe /safe แต่หากใช้ Outlook (new) ให้ปิดโปรแกรมผ่าน Task Manager แล้วใช้ Repair ใน Apps & features
บทความนี้จาก comsiam แยกวิธีแก้ระหว่าง Classic Outlook และ Outlook (new) ให้ชัดเจน เพราะคำสั่ง Safe Mode, Add-in และการสร้างโปรไฟล์แบบเดิมไม่ได้ใช้เหมือนกันใน Outlook ทั้งสองรุ่น
ตรวจสอบก่อนว่าใช้ Outlook รุ่นไหน
Windows 10 อาจมี Outlook มากกว่าหนึ่งรุ่นติดตั้งอยู่ในเครื่อง
Classic Outlook
มักติดตั้งมาพร้อม Microsoft 365, Office 2024, Office 2021, Office 2019 หรือ Office 2016 มีเมนู File, Account Settings และ COM Add-ins
ชื่อกระบวนการที่พบใน Task Manager คือ OUTLOOK.EXE และสามารถใช้คำสั่ง outlook.exe /safe ได้
Outlook (new)
เป็นแอป Outlook รุ่นใหม่ มีหน้าตาใกล้เคียง Outlook บนเว็บ และอาจแสดงชื่อในเมนู Start ว่า Outlook (new)
ชื่อไฟล์เริ่มต้นของแอปคือ olk.exe และไม่ควรใช้คำสั่ง Safe Mode ของ Classic Outlook กับแอปรุ่นนี้
หากไม่แน่ใจว่าใช้รุ่นใด ให้เปิด Start แล้วดูว่ามี Outlook และ Outlook (new) แยกเป็นสองรายการหรือไม่
อาการ Outlook เปิดไม่ได้ที่พบบ่อย
กดไอคอน Outlook แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
Outlook ค้างอยู่ที่ Processing
โปรแกรมเปิดขึ้นมาแล้วปิดทันที
Outlook ขึ้น Not Responding
Outlook เปิดได้เฉพาะ Safe Mode
ขึ้น Cannot start Microsoft Outlook
ขึ้น Cannot open the Outlook window
ขึ้น The set of folders cannot be opened
Outlook (new) แสดงหน้าขาวหรือค้างที่โลโก้
Outlook เปิดแล้ววนกลับไปหน้าลงชื่อเข้าใช้
มี OUTLOOK.EXE หรือ Microsoft Outlook ทำงานอยู่ แต่ไม่เห็นหน้าต่าง
สาเหตุที่ทำให้ Outlook เปิดไม่ได้บน Windows 10
สาเหตุที่พบบ่อยประกอบด้วย
Outlook ปิดไม่สมบูรณ์และค้างอยู่เบื้องหลัง
COM Add-in ขัดแย้งกับ Classic Outlook
Navigation Pane เสียหาย
โปรไฟล์ Outlook มีปัญหา
ไฟล์ข้อมูล PST หรือ OST ผิดปกติ
Office อัปเดตไม่สมบูรณ์
แอป Outlook (new) มีไฟล์ชั่วคราวเสีย
บัญชีอีเมลหรือข้อมูลรับรองมีปัญหา
โปรแกรมป้องกันไวรัสเสริมการทำงานเข้า Outlook
ชุดติดตั้ง Microsoft Office เสียหาย
ให้เริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุด และทดสอบ Outlook หลังจบแต่ละขั้นตอน หากเปิดได้แล้วไม่จำเป็นต้องทำวิธีที่เหลือ
❶ ปิด Outlook ที่ค้างอยู่ใน Task Manager
การกดปิดหน้าต่าง Outlook ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการจะหยุดทำงานเสมอ หากกระบวนการค้างอยู่ Outlook รอบใหม่อาจเปิดไม่ได้
กด Ctrl + Shift + Esc
เปิดแท็บ Processes
มองหา Microsoft Outlook
คลิกรายการที่พบ
กด End task
เปิดแท็บ Details
หากใช้ Classic Outlook ให้มองหา OUTLOOK.EXE
หากใช้ Outlook (new) อาจพบ olk.exe
ปิดกระบวนการ Outlook ที่ยังค้างอยู่
ลองเปิดโปรแกรมใหม่
การ End task อาจทำให้ข้อความร่างหรือข้อมูลที่ยังไม่ซิงก์สูญหาย จึงควรใช้เมื่อโปรแกรมค้างและไม่สามารถปิดตามปกติได้เท่านั้น
❷ รีสตาร์ต Windows 10
หาก Outlook ยังเปิดไม่ได้ ให้รีสตาร์ตเพื่อหยุดบริการ Office กระบวนการซิงก์ และการอัปเดตที่ค้างอยู่
เลือก Start → Power → Restart แล้วรอให้ Windows 10 เปิดกลับมา จากนั้นเปิด Outlook จากเมนู Start โดยตรง
หากเปิดจาก Start ได้ แต่เปิดจากไอคอนบน Desktop ไม่ได้ ให้ลบทางลัดเดิมแล้วปักหมุด Outlook ใหม่จากเมนู Start
❸ เปิด Classic Outlook แบบ Safe Mode
ขั้นตอนนี้ใช้กับ Classic Outlook เท่านั้น ไม่ใช่ Outlook (new)
กด Windows + R
พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้
outlook.exe /safe
กด Enter
หากมีหน้าต่าง Choose Profile ให้เลือกโปรไฟล์เดิม
กด OK
ใส่รหัสผ่านหากระบบร้องขอ
ถ้า Outlook เปิดใน Safe Mode ได้ แสดงว่าตัวโปรแกรมหลักและโปรไฟล์ยังเปิดได้ ปัญหามักเกี่ยวข้องกับ Add-in หรือการตั้งค่าบางส่วน
หาก Windows แจ้งว่าไม่พบ outlook.exe ให้ตรวจสอบว่าใช้ Outlook (new) อยู่หรือไม่ หรือ Classic Outlook ติดตั้งไม่สมบูรณ์
❹ ปิด COM Add-in ใน Classic Outlook
เมื่อ Classic Outlook เปิด Safe Mode ได้ ให้ปิด Add-in ทั้งหมดเพื่อทดสอบ
เปิด Outlook แบบ Safe Mode
เลือก File
เลือก Options
เลือก Add-ins
ตรง Manage เลือก COM Add-ins
กด Go
จดชื่อหรือถ่ายภาพรายการ Add-in ที่เปิดใช้งานอยู่
เอาเครื่องหมายถูกออกจากทุกตัว
กด OK
ปิด Outlook
เปิด Outlook แบบปกติ
หากเปิดได้ ให้นำ Add-in กลับมาทีละตัวและรีสตาร์ต Outlook ทุกครั้ง ตัวใดทำให้ปัญหากลับมาอีกครั้งควรปิด อัปเดต หรือถอนการติดตั้ง
อย่ากด Remove เพื่อลบ Add-in ในขั้นตอนทดสอบ เพียงเอาเครื่องหมายถูกออกก็เพียงพอ
❺ รีเซ็ต Navigation Pane ของ Classic Outlook
หาก Outlook ขึ้น Cannot start Microsoft Outlook หรือ Cannot open the Outlook window อาจเกิดจากการตั้งค่า Navigation Pane เสียหาย
ปิด Outlook ให้หมด
กด Windows + R
พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้
outlook.exe /resetnavpane
กด Enter
รอให้ Outlook เปิดขึ้นมา
คำสั่งนี้จะรีเซ็ตการปรับแต่งบานหน้าต่างนำทาง เช่น รายการโปรดหรือการจัดวางบางส่วน แต่ไม่ลบอีเมล รายชื่อผู้ติดต่อ หรือปฏิทิน
คำสั่งนี้ใช้กับ Classic Outlook เท่านั้น
❻ สร้างโปรไฟล์ Classic Outlook ใหม่
หาก Safe Mode เปิดไม่ได้ หรือเปิดแล้วพบข้อความเกี่ยวกับชุดโฟลเดอร์ ให้สร้างโปรไฟล์ใหม่เพื่อทดสอบ โดยยังไม่ลบโปรไฟล์เดิม
ปิด Outlook
เปิด Control Panel
เปลี่ยน View by เป็น Small icons หรือ Large icons
เลือก Mail หรือ Mail (Microsoft Outlook)
เลือก Show Profiles
กด Add
ตั้งชื่อโปรไฟล์ใหม่
เพิ่มบัญชีอีเมลตามขั้นตอน
เลือก Prompt for a profile to be used ชั่วคราว
เปิด Outlook
เลือกโปรไฟล์ใหม่
หากโปรไฟล์ใหม่เปิด Outlook ได้ แสดงว่าโปรไฟล์เดิมอาจมีปัญหา
ไม่ควรลบโปรไฟล์เก่าทันที โดยเฉพาะบัญชี POP หรือบัญชีที่มีไฟล์ PST เก็บอยู่ในเครื่อง เพราะการลบโดยไม่มีข้อมูลสำรองอาจทำให้เข้าถึงข้อมูลเดิมได้ยาก
❼ ตรวจสอบไฟล์ PST และ OST เบื้องต้น
หาก Outlook ขึ้นข้อความต่อไปนี้ ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับไฟล์ข้อมูล
Cannot open your default email folders
The set of folders cannot be opened
Outlook data file cannot be accessed
Errors have been detected in the file
Outlook.pst cannot be opened
ก่อนแก้ไขไฟล์ PST หรือ OST ให้ปิด Outlook และสำรองไฟล์เดิมก่อนเสมอ
สำหรับบัญชี POP ข้อมูลอีเมลอาจเก็บอยู่ในไฟล์ PST ภายในเครื่อง จึงไม่ควรลบหรือเปลี่ยนชื่อไฟล์โดยไม่ทราบตำแหน่งข้อมูลสำรอง
สำหรับบัญชี Exchange, Microsoft 365 และบางบัญชี IMAP ไฟล์ OST มักเป็นข้อมูลแคชที่สร้างใหม่ได้ แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าอีเมลทั้งหมดซิงก์อยู่บนเซิร์ฟเวอร์
หากไม่มั่นใจ ให้สร้างโปรไฟล์ใหม่เพื่อทดสอบก่อนแก้ไขไฟล์ข้อมูลโดยตรง
❽ ซ่อม Outlook (new) ด้วย Repair
หากใช้ Outlook (new) และแอปเปิดไม่ได้ ให้ใช้ระบบ Repair ของ Windows 10 ก่อน Reset
เปิด Settings
เลือก Apps
เลือก Apps & features
มองหา Outlook หรือ Outlook (new)
คลิกรายการแอป
เลือก Advanced options
กด Terminate เพื่อปิดแอป
กด Repair
รอจนเสร็จ
เปิด Outlook ใหม่
ปุ่ม Repair จะพยายามแก้ไฟล์ของแอปโดยไม่ล้างข้อมูลทั้งหมด หากไม่พบ Advanced options แสดงว่า Outlook รุ่นที่ใช้ติดตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของ Office และควรใช้ Quick Repair ของ Microsoft Office แทน
❾ ใช้ Reset กับ Outlook (new) เมื่อ Repair ไม่ได้ผล
Reset เป็นขั้นตอนที่แรงกว่า Repair และอาจล้างข้อมูลแอปในเครื่อง รวมถึงทำให้ต้องเพิ่มบัญชีหรือลงชื่อเข้าใช้อีกครั้ง
ก่อน Reset ควรตรวจสอบว่า
จำอีเมลและรหัสผ่านของบัญชีได้
มีวิธียืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนพร้อมใช้งาน
อีเมลและปฏิทินซิงก์อยู่บนเซิร์ฟเวอร์แล้ว
ไม่มีข้อความร่างหรือข้อมูลภายในเครื่องที่ยังไม่ได้ซิงก์
มีข้อมูลการตั้งค่าบัญชี IMAP หรือ POP หากจำเป็น
จากนั้นไปที่ Settings → Apps → Apps & features → Outlook → Advanced options แล้วเลือก Reset
เมื่อเสร็จแล้ว ให้เปิด Outlook และเพิ่มบัญชีกลับเข้าไปใหม่
❿ อัปเดต Classic Outlook และ Microsoft Office
หาก Classic Outlook เปิดแบบ Safe Mode ได้ หรือ Word และ Excel ยังเปิดได้ ให้ตรวจสอบอัปเดต Office
เปิด Outlook แบบ Safe Mode หรือเปิด Word
เลือก File
เลือก Office Account หรือ Account
เลือก Update Options
กด Update Now
รอให้อัปเดตเสร็จ
ปิดโปรแกรม Office ทั้งหมด
รีสตาร์ต Windows 10
ถ้าไม่พบ Update Options อาจเป็น Office ที่องค์กรควบคุมการอัปเดต หรือเป็นชุดติดตั้งบางประเภท ไม่ควรแก้ไขนโยบายของเครื่องบริษัทเอง
⑪ ซ่อม Microsoft Office ด้วย Quick Repair
ใช้วิธีนี้กับ Classic Outlook ที่ติดตั้งมาพร้อม Microsoft 365 หรือ Microsoft Office
คลิกขวาปุ่ม Start
เลือก Apps and Features
มองหา Microsoft 365 หรือ Microsoft Office
คลิกรายการที่พบ
เลือก Modify
เลือก Quick Repair
กด Repair
รอจนกระบวนการเสร็จ
รีสตาร์ตเครื่อง
เปิด Outlook ทดสอบ
การซ่อมจะตรวจสอบ Office ทั้งชุด ไม่ใช่เฉพาะ Outlook โดยทั่วไปอีเมลที่เก็บบนเซิร์ฟเวอร์จะไม่ถูกลบ แต่ควรสำรองไฟล์ PST ที่สำคัญก่อนเสมอ
⑫ ใช้ Online Repair หาก Quick Repair ไม่สำเร็จ
Online Repair จะตรวจสอบและติดตั้งส่วนประกอบ Office ใหม่อย่างละเอียดกว่า จึงต้องใช้อินเทอร์เน็ตและอาจต้องเปิดใช้งาน Office อีกครั้ง
เปิด Apps and Features
เลือก Microsoft 365 หรือ Microsoft Office
กด Modify
เลือก Online Repair
กด Repair
รอจนเสร็จ
รีสตาร์ต Windows 10
ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft หากระบบร้องขอ
เปิด Outlook ทดสอบ
ควรเตรียมข้อมูลบัญชี Microsoft, Product Key และข้อมูลการตั้งค่าอีเมลก่อนทำ Online Repair
⑬ ถอนและติดตั้ง Outlook ใหม่
ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายเมื่อวิธีอื่นไม่สำเร็จ
Outlook (new)
ถอนการติดตั้งเฉพาะแอป Outlook แล้วติดตั้งใหม่จากแหล่งทางการ หลังติดตั้งอาจต้องเพิ่มบัญชีและตั้งค่าใหม่
Classic Outlook
Classic Outlook มักเป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft 365 หรือ Office จึงอาจต้องถอนและติดตั้ง Office ทั้งชุดใหม่
ก่อนถอนการติดตั้งควรสำรองสิ่งต่อไปนี้
ไฟล์ PST
ลายเซ็นอีเมล
ข้อมูลบัญชี POP หรือ IMAP
กฎและการตั้งค่าที่สำคัญ
Product Key หรือบัญชีที่ผูกกับ Office
ข้อความร่างหรือข้อมูลที่ยังไม่ซิงก์
ไม่ควรดาวน์โหลด Outlook หรือ Office จากเว็บไซต์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ควรใช้บัญชี Microsoft หรือช่องทางที่ถูกลิขสิทธิ์เท่านั้น
วิธีเลือกวิธีแก้ให้ตรงกับอาการ
Classic Outlook เปิดได้ใน Safe Mode
ให้ปิด COM Add-in และเปิดกลับทีละตัวเพื่อหาตัวที่มีปัญหา
Classic Outlook ขึ้น Cannot open the Outlook window
ใช้ outlook.exe /resetnavpane แล้วทดสอบด้วยโปรไฟล์ใหม่
Outlook (new) เปิดแล้วค้างที่โลโก้
ปิดผ่าน Task Manager แล้วใช้ Repair หากไม่สำเร็จจึงค่อย Reset
Outlook ขึ้น The set of folders cannot be opened
ตรวจสอบโปรไฟล์และไฟล์ PST หรือ OST ห้ามรีบลบไฟล์ข้อมูลโดยไม่มีข้อมูลสำรอง
Outlook และโปรแกรม Office ทุกตัวเปิดไม่ได้
ใช้ Quick Repair ตามด้วย Online Repair เพราะชุดติดตั้ง Office อาจเสียหายทั้งระบบ
คำถามที่พบบ่อย
Outlook Safe Mode ใช้กับ Outlook (new) ได้หรือไม่
คำสั่ง outlook.exe /safe ใช้กับ Classic Outlook ไม่ควรใช้เป็นวิธีหลักสำหรับ Outlook (new) หากแอปรุ่นใหม่เปิดไม่ได้ ให้ใช้ Task Manager, Repair หรือ Reset
Reset Outlook (new) แล้วอีเมลจะหายหรือไม่
อีเมลที่ซิงก์อยู่บนเซิร์ฟเวอร์มักสามารถดาวน์โหลดกลับมาได้หลังเพิ่มบัญชีใหม่ แต่ข้อมูลแคช การตั้งค่า หรือข้อความร่างที่ยังไม่ซิงก์อาจสูญหาย จึงควรตรวจสอบการซิงก์ก่อน Reset
สร้างโปรไฟล์ Outlook ใหม่แล้วต้องลบโปรไฟล์เก่าหรือไม่
ไม่จำเป็น ควรเก็บโปรไฟล์เดิมไว้ก่อนและเลือก Prompt for a profile to be used เพื่อทดสอบโปรไฟล์ใหม่โดยไม่ทำลายข้อมูลเก่า
เปิด Outlook ไม่ได้แต่อีเมลยังใช้งานผ่านเว็บได้หรือไม่
หากบัญชีและบริการอีเมลยังทำงาน สามารถใช้งานผ่านเว็บชั่วคราวได้ แต่ปัญหาของโปรแกรม Outlook ในเครื่องยังต้องแก้แยกต่างหาก
Quick Repair กับ Online Repair ต่างกันอย่างไร
Quick Repair ใช้เวลาน้อยและตรวจสอบไฟล์ภายในเครื่อง ส่วน Online Repair ซ่อมแซมและติดตั้งส่วนประกอบ Office ใหม่อย่างละเอียดกว่า แต่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตและอาจต้องเปิดใช้งาน Office อีกครั้ง
สรุป
หาก Outlook เปิดไม่ได้บน Windows 10 ให้เริ่มจากปิดโปรแกรมใน Task Manager และตรวจสอบก่อนว่าเป็น Classic Outlook หรือ Outlook (new) สำหรับ Classic Outlook ให้ใช้ outlook.exe /safe ปิด Add-in และลอง resetnavpane ส่วน Outlook (new) ให้ใช้ Repair ก่อน Reset
แนวทางของ comsiam คือหลีกเลี่ยงการลบโปรไฟล์และไฟล์ PST โดยไม่มีข้อมูลสำรอง เพราะปัญหา Outlook เปิดไม่ได้หลายกรณีแก้ได้ด้วย Safe Mode โปรไฟล์ใหม่ หรือการซ่อมแซม Office โดยไม่ต้องเสี่ยงกับข้อมูลอีเมลเดิม