Outlook ส่งเมลไม่ได้บน Windows 10 แก้อย่างไรให้ส่งได้ทันที

 Outlook ส่งเมลไม่ได้บน Windows 10 มักเกิดจากโปรแกรมอยู่ในโหมด Work Offline อินเทอร์เน็ตหรือเซิร์ฟเวอร์อีเมลมีปัญหา ไฟล์แนบใหญ่เกินไป เมลค้างอยู่ใน Outbox หรือการตั้งค่า SMTP ไม่ถูกต้อง วิธีตรวจสอบที่เร็วที่สุดคือทดลองส่งเมลผ่านเว็บ หากส่งผ่านเว็บได้แต่ส่งผ่านโปรแกรม Outlook ไม่ได้ ปัญหาน่าจะอยู่ที่โปรแกรมหรือการตั้งค่าบัญชีในเครื่อง

บทความนี้จาก comsiam แยกวิธีตรวจสอบสำหรับ Classic Outlook และ Outlook (new) พร้อมเรียงขั้นตอนจากง่ายไปยาก เพื่อช่วยค้นหาต้นเหตุโดยไม่ต้องลบบัญชีหรือติดตั้ง Office ใหม่ทันที


อาการ Outlook ส่งเมลไม่ได้ที่พบบ่อย

  • กด Send แล้วเมลค้างอยู่ใน Outbox

  • เมลขึ้น Sending แต่ส่งไม่สำเร็จ

  • Outlook แสดง Working Offline

  • ด้านล่างโปรแกรมขึ้น Disconnected หรือ Trying to connect

  • ส่งเมลธรรมดาได้ แต่ส่งเมลที่มีไฟล์แนบไม่ได้

  • รับเมลได้แต่ส่งเมลไม่ได้

  • Outlook ถามรหัสผ่านซ้ำ

  • ขึ้น Send/Receive Error

  • ขึ้นรหัส 0x80042109, 0x800CCC0F หรือรหัสใกล้เคียง

  • ส่งแล้วได้รับข้อความตีกลับ

  • เมลอยู่ใน Sent Items แต่ผู้รับไม่ได้รับ

  • ส่งได้จากเว็บ แต่ส่งจาก Outlook บน Windows 10 ไม่ได้


สาเหตุที่ทำให้ Outlook ส่งเมลไม่ได้

สาเหตุสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • อินเทอร์เน็ตหลุดหรือไม่เสถียร

  • Classic Outlook อยู่ในโหมด Work Offline

  • Outlook เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้

  • มีข้อความหรือไฟล์แนบขนาดใหญ่ค้างใน Outbox

  • กล่องจดหมายเต็ม

  • รหัสผ่านบัญชีถูกเปลี่ยน

  • บัญชีถูกระงับชั่วคราวหรือรอการยืนยันตัวตน

  • ตั้งค่า SMTP, Port หรือ Encryption ไม่ถูกต้อง

  • Outgoing Server ไม่ได้เปิด Authentication

  • เลือกบัญชีผู้ส่งผิด

  • บัญชีถูกนำออกจาก Send/Receive Group

  • Add-in หรือไฟล์โปรไฟล์ Outlook มีปัญหา

  • ผู้ให้บริการอีเมลจำกัดจำนวนข้อความหรือขนาดไฟล์แนบ

ให้ตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้ และส่งอีเมลทดสอบหลังจบแต่ละขั้นตอน


❶ ตรวจสอบอินเทอร์เน็ตและส่งเมลผ่านเว็บ

เปิดเว็บไซต์ทั่วไปเพื่อทดสอบว่าอินเทอร์เน็ตใช้งานได้จริง จากนั้นลงชื่อเข้าใช้เว็บเมลของบัญชีเดียวกับที่ใช้ใน Outlook แล้วส่งข้อความทดสอบถึงอีเมลของตัวเอง

หากส่งผ่านเว็บได้

แสดงว่าบัญชีและบริการอีเมลยังทำงาน ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่โปรแกรม Outlook การเชื่อมต่อ หรือการตั้งค่า SMTP บน Windows 10

หากส่งผ่านเว็บไม่ได้

ปัญหาอาจอยู่ที่บัญชี รหัสผ่าน พื้นที่กล่องจดหมาย การระงับบัญชี หรือระบบของผู้ให้บริการ ควรแก้ปัญหาบัญชีหรือเซิร์ฟเวอร์ก่อนปรับการตั้งค่า Outlook

อย่าส่งข้อความทดสอบจำนวนมากติดกัน เพราะผู้ให้บริการอาจตรวจว่าเป็นพฤติกรรมผิดปกติและจำกัดการส่งชั่วคราว


❷ ตรวจสอบว่า Classic Outlook อยู่ใน Work Offline หรือไม่

ขั้นตอนนี้ใช้กับ Classic Outlook

ดูแถบสถานะด้านล่างของ Outlook หากพบข้อความ Working Offline, Disconnected หรือ Trying to connect โปรแกรมอาจไม่สามารถติดต่อเซิร์ฟเวอร์ได้

  1. เปิดแท็บ Send/Receive

  2. มองหาปุ่ม Work Offline

  3. หากปุ่มถูกเลือกหรือมีสีแสดงสถานะ ให้คลิกหนึ่งครั้งเพื่อกลับมา Online

  4. รอสักครู่

  5. กด Send/Receive All Folders

  6. หรือกดปุ่ม F9

  7. ตรวจสอบข้อความใน Outbox

หากปุ่ม Work Offline กลับมาเปิดเอง ให้ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต VPN, Proxy หรือการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ของบัญชี

สำหรับ Outlook (new) ให้ตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและรีสตาร์ตแอป หากสร้างข้อความขณะออฟไลน์ ระบบจะส่งได้เมื่อกลับมาเชื่อมต่อและซิงก์สำเร็จ


❸ ส่งข้อความทดสอบโดยไม่แนบไฟล์

สร้างอีเมลใหม่ที่มีเพียงหัวข้อและข้อความสั้น ๆ แล้วส่งถึงอีเมลของตัวเอง

ถ้าข้อความธรรมดาส่งได้ แต่ข้อความเดิมส่งไม่ได้ ให้ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

  • ไฟล์แนบมีขนาดใหญ่เกินข้อจำกัด

  • ชื่อไฟล์แนบมีอักขระผิดปกติ

  • ไฟล์ถูกโปรแกรมอื่นเปิดใช้งานอยู่

  • ผู้ให้บริการบล็อกชนิดไฟล์บางประเภท

  • มีรูปภาพขนาดใหญ่ฝังอยู่ในลายเซ็น

  • จำนวนผู้รับมากเกินไป

  • ข้อความมีเนื้อหาหรือลิงก์ที่ระบบตรวจว่าเสี่ยง

ข้อจำกัดขนาดไฟล์แนบของแต่ละผู้ให้บริการไม่เท่ากัน หากไฟล์มีขนาดใหญ่ ควรอัปโหลดไปยังพื้นที่จัดเก็บที่เชื่อถือได้ แล้วส่งเป็นลิงก์ที่กำหนดสิทธิ์เหมาะสมแทน


❹ นำข้อความที่ค้างออกจาก Outbox

ข้อความที่มีไฟล์แนบใหญ่หรือข้อมูลผิดปกติอาจค้างใน Outbox และทำให้ข้อความอื่นส่งไม่ได้ตามไปด้วย

Classic Outlook

  1. เปิดแท็บ Send/Receive

  2. คลิก Work Offline

  3. ปิด Outlook

  4. เปิด Outlook ใหม่

  5. เปิดโฟลเดอร์ Outbox

  6. ลบข้อความที่ค้าง หรือย้ายไป Drafts

  7. หากต้องการส่งใหม่ ให้เอาไฟล์แนบขนาดใหญ่ออก

  8. กลับไปที่ Send/Receive

  9. คลิก Work Offline อีกครั้งเพื่อกลับมา Online

  10. กด Send/Receive All Folders

Outlook (new)

  1. เปิด Outbox หรือ Drafts

  2. เปิดข้อความที่ค้าง

  3. ลดขนาดหรือนำไฟล์แนบออก

  4. บันทึกเป็น Draft

  5. ปิดและเปิด Outlook ใหม่

  6. ส่งข้อความอีกครั้งเมื่ออินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อ

หากลบข้อความไม่ได้ ให้ปิด Outlook ผ่าน Task Manager แล้วเปิดใหม่ก่อนลองอีกครั้ง


❺ ตรวจสอบพื้นที่กล่องจดหมาย

เมื่อพื้นที่อีเมลเต็ม บางระบบอาจไม่สามารถส่ง รับ หรือบันทึกสำเนาข้อความไปยัง Sent Items ได้

ให้ตรวจสอบพื้นที่ใช้งานผ่านเว็บเมลหรือหน้าจัดการบัญชี แล้วดำเนินการดังนี้

  • ลบอีเมลที่มีไฟล์แนบขนาดใหญ่

  • ล้างโฟลเดอร์ Deleted Items หรือ Trash

  • ตรวจสอบ Junk Email

  • ลบข้อความที่ไม่จำเป็นใน Sent Items

  • บันทึกไฟล์แนบที่ต้องการเก็บก่อนลบอีเมล

  • รอให้ระบบอัปเดตพื้นที่แล้วส่งใหม่

การลบอีเมลโดยไม่ล้าง Deleted Items อาจยังไม่คืนพื้นที่ทันที


❻ ตรวจสอบบัญชีที่ใช้ส่งเมล

หาก Outlook มีหลายบัญชี อาจกำลังส่งจากบัญชีผิดหรือบัญชีที่หยุดใช้งานแล้ว

  1. สร้างอีเมลใหม่

  2. ตรวจสอบช่อง From

  3. เลือกบัญชีที่ต้องการใช้ส่ง

  4. ส่งข้อความทดสอบ

สำหรับ Classic Outlook สามารถตั้งบัญชีเริ่มต้นได้ดังนี้

  1. เลือก File

  2. เลือก Account Settings

  3. เลือก Account Settings อีกครั้ง

  4. เปิดแท็บ Email

  5. เลือกบัญชีที่ต้องการ

  6. กด Set as Default

  7. ปิดและเปิด Outlook ใหม่

หากไม่มีช่อง From ให้ตรวจสอบว่ามีหลายบัญชีเพิ่มอยู่ใน Outlook จริงหรือไม่


❼ ตรวจสอบรหัสผ่านและการยืนยันตัวตน

ถ้าเพิ่งเปลี่ยนรหัสผ่าน หรือ Outlook ถามรหัสผ่านซ้ำ การเชื่อมต่อ SMTP อาจถูกปฏิเสธ

  1. ทดลองลงชื่อเข้าใช้เว็บเมล

  2. ยืนยันว่ารหัสผ่านใหม่ใช้งานได้

  3. ตรวจสอบว่าบัญชีไม่ได้ถูกระงับ

  4. ทำขั้นตอนยืนยันตัวตนที่ระบบร้องขอ

  5. เปิด Outlook ใหม่

  6. ลงชื่อเข้าใช้อีกครั้งเมื่อมีหน้าต่างแจ้งเตือน

หากเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน บัญชีบางประเภทที่ตั้งค่าด้วยวิธีเก่าอาจต้องใช้ App Password หรือเปลี่ยนไปใช้การลงชื่อเข้าใช้แบบใหม่ ให้ตรวจสอบวิธีที่ผู้ให้บริการบัญชีกำหนด

ห้ามส่งรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันให้บุคคลอื่น และไม่ควรกรอกข้อมูลบัญชีในหน้าต่างหรือเว็บไซต์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา


❽ ซ่อมแซมบัญชีใน Classic Outlook

Classic Outlook บางรุ่นมีตัวเลือก Repair สำหรับตรวจสอบการเชื่อมต่อบัญชี

  1. เปิด Outlook

  2. เลือก File

  3. เลือก Account Settings

  4. เลือก Account Settings อีกครั้ง

  5. เปิดแท็บ Email

  6. เลือกบัญชีที่มีปัญหา

  7. กด Repair หากมีปุ่มนี้

  8. ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ

  9. ปิดและเปิด Outlook ใหม่

  10. ส่งเมลทดสอบ

ตัวเลือก Repair อาจไม่มีในบัญชีหรือ Outlook บางรุ่น หากไม่มีปุ่มนี้ ให้ตรวจสอบการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์หรือสร้างโปรไฟล์ใหม่แทน


❾ ตรวจสอบ SMTP และ Outgoing Server

หากรับอีเมลได้แต่ส่งไม่ได้ โดยเฉพาะบัญชี POP หรือ IMAP ปัญหามักเกี่ยวข้องกับ Outgoing Server หรือ SMTP

ข้อมูลที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่

  • ชื่อเซิร์ฟเวอร์ SMTP

  • Port สำหรับส่งอีเมล

  • วิธีเข้ารหัส SSL, TLS หรือ STARTTLS

  • ชื่อผู้ใช้ ซึ่งมักเป็นอีเมลแบบเต็ม

  • การยืนยันตัวตนของ Outgoing Server

  • รหัสผ่านหรือ App Password

  • นโยบายของผู้ให้บริการอีเมล

สำหรับ Classic Outlook สามารถตรวจสอบได้จาก File → Account Settings → Account Settings → เลือกบัญชี → Change หรือ Server Settings

เมนูและตัวเลือกอาจแตกต่างกันตามชนิดบัญชีและ Outlook แต่ละรุ่น

ไม่ควรเดาชื่อเซิร์ฟเวอร์ หมายเลข Port หรือวิธีเข้ารหัสเอง ให้ใช้ข้อมูลล่าสุดจากผู้ให้บริการอีเมลหรือผู้ดูแลระบบเท่านั้น การตั้งค่าผิดอาจทำให้ส่งไม่ได้หรือทำให้ข้อมูลบัญชีถูกส่งผ่านการเชื่อมต่อที่ไม่เหมาะสม


❿ ตรวจสอบ SMTP Authentication

บัญชี POP และ IMAP หลายระบบกำหนดให้เซิร์ฟเวอร์ขาออกต้องยืนยันตัวตน

ใน Classic Outlook อาจตรวจสอบได้จาก

  1. File

  2. Account Settings

  3. Account Settings

  4. เลือกบัญชี

  5. เลือก Change

  6. เลือก More Settings

  7. เปิดแท็บ Outgoing Server

  8. ตรวจสอบ My outgoing server (SMTP) requires authentication

  9. เลือกใช้ข้อมูลเดียวกับเซิร์ฟเวอร์ขาเข้า หากผู้ให้บริการกำหนด

  10. บันทึกและทดสอบบัญชี

ใช้ตัวเลือกนี้เฉพาะเมื่อข้อมูลจากผู้ให้บริการระบุว่าต้องเปิด SMTP Authentication ไม่ควรปรับตามการคาดเดา


⑪ ตรวจสอบ Send/Receive Group ใน Classic Outlook

หากบัญชีถูกนำออกจากกลุ่ม All Accounts โปรแกรมอาจไม่ส่งข้อความจากบัญชีนั้นโดยอัตโนมัติ

  1. เปิดแท็บ Send/Receive

  2. เลือก Send/Receive Groups

  3. เลือก Define Send/Receive Groups

  4. หรือกด Ctrl + Alt + S

  5. เลือก All Accounts

  6. กด Edit

  7. เลือกบัญชีที่มีปัญหา

  8. ตรวจสอบ Include the selected account in this group

  9. ตรวจสอบ Send mail items

  10. กด OK

  11. กด Close

  12. กด F9 เพื่อทดสอบส่งและรับ

หากคอมพิวเตอร์เป็นของบริษัทและมีการตั้งค่ากลุ่มเฉพาะ ไม่ควรเปลี่ยนตัวเลือกอื่นโดยไม่จำเป็น


⑫ ลบบัญชีและเพิ่มกลับเฉพาะเมื่อจำเป็น

หากส่งผ่านเว็บได้ การตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ถูกต้อง แต่ Outlook ยังส่งไม่ได้ อาจต้องนำบัญชีออกแล้วเพิ่มใหม่

ก่อนลบบัญชีต้องตรวจสอบว่า

  • จำอีเมลและรหัสผ่านได้

  • มีอุปกรณ์สำหรับยืนยันตัวตน

  • ทราบการตั้งค่า POP, IMAP และ SMTP

  • อีเมลและปฏิทินซิงก์อยู่บนเซิร์ฟเวอร์แล้ว

  • สำรองไฟล์ PST หากเป็นบัญชี POP

  • ไม่มีข้อความร่างหรืออีเมลภายในเครื่องที่ยังไม่ซิงก์

ผู้ใช้บัญชี POP ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอีเมลอาจเก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์ ไม่ควรลบบัญชีหรือไฟล์ PST โดยไม่มีข้อมูลสำรอง


⑬ อัปเดตและซ่อมแซม Outlook

หากการตั้งค่าบัญชีถูกต้องแต่ Outlook ยังส่งไม่ได้ ให้ตรวจสอบตัวโปรแกรม

Classic Outlook

ไปที่ File → Office Account → Update Options → Update Now จากนั้นรีสตาร์ตโปรแกรม

หากยังไม่ได้ ให้ไปที่ Apps and Features → Microsoft 365 หรือ Microsoft Office → Modify → Quick Repair

ถ้า Quick Repair ไม่สำเร็จ จึงค่อยใช้ Online Repair

Outlook (new)

ไปที่ Settings → Apps → Apps & features → Outlook → Advanced options แล้วเลือก Repair

หาก Repair ไม่ได้ผล อาจใช้ Reset แต่ต้องเตรียมข้อมูลบัญชีและตรวจสอบการซิงก์ก่อน เพราะอาจต้องเพิ่มบัญชีใหม่


⑭ สร้างโปรไฟล์ Classic Outlook ใหม่

หาก Classic Outlook ส่งเมลไม่ได้เฉพาะโปรไฟล์เดิม ให้สร้างโปรไฟล์ใหม่โดยไม่ลบโปรไฟล์เก่า

  1. ปิด Outlook

  2. เปิด Control Panel

  3. เลือก Mail หรือ Mail (Microsoft Outlook)

  4. เลือก Show Profiles

  5. กด Add

  6. ตั้งชื่อโปรไฟล์ใหม่

  7. เพิ่มบัญชีอีเมล

  8. เลือก Prompt for a profile to be used

  9. เปิด Outlook

  10. เลือกโปรไฟล์ใหม่

  11. ส่งข้อความทดสอบ

หากโปรไฟล์ใหม่ส่งได้ แสดงว่าโปรไฟล์เดิมมีปัญหา ควรตรวจสอบและสำรองข้อมูลก่อนตัดสินใจลบโปรไฟล์เก่า


วิธีวิเคราะห์จากอาการ

รับเมลได้แต่ส่งไม่ได้

เน้นตรวจสอบ SMTP, Outgoing Server Authentication, Port, Encryption และรหัสผ่านบัญชี

ส่งผ่านเว็บได้แต่ส่งผ่าน Outlook ไม่ได้

ปัญหาน่าจะอยู่ที่ Work Offline, Outbox, โปรไฟล์ หรือการตั้งค่าในโปรแกรม Outlook

ส่งเมลธรรมดาได้แต่ส่งไฟล์แนบไม่ได้

ตรวจสอบขนาด ชนิด และชื่อของไฟล์แนบ รวมถึงข้อจำกัดของผู้ให้บริการ

เมลค้างใน Outbox ทุกฉบับ

ปิด Work Offline นำข้อความที่ค้างออก ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต แล้วกด Send/Receive ใหม่

เมลอยู่ใน Sent Items แต่ผู้รับไม่ได้รับ

ตรวจสอบข้อความตีกลับ ที่อยู่อีเมลผู้รับ โฟลเดอร์ Spam และข้อจำกัดฝั่งผู้รับ กรณีนี้แตกต่างจาก Outlook ส่งเมลออกไม่ได้


คำถามที่พบบ่อย

Outlook ขึ้น Working Offline ต้องทำอย่างไร

ใน Classic Outlook ให้เปิดแท็บ Send/Receive แล้วคลิก Work Offline เพื่อกลับมาออนไลน์ จากนั้นกด Send/Receive All Folders

ทำไมรับอีเมลได้แต่ส่งไม่ได้

เพราะการรับและการส่งอาจใช้คนละเซิร์ฟเวอร์ การรับทำงานผ่าน IMAP หรือ POP ส่วนการส่งใช้ SMTP จึงควรตรวจสอบ Outgoing Server และ Authentication

ลบข้อความจาก Outbox แล้วอีเมลต้นฉบับจะหายหรือไม่

หากย้ายข้อความไป Drafts ก่อน จะสามารถแก้ไขและส่งใหม่ได้ หากลบออกโดยตรง ควรตรวจสอบ Deleted Items เผื่อต้องการกู้คืน

เปลี่ยน Port SMTP เป็นเลขอื่นได้เลยหรือไม่

ไม่ควรเปลี่ยนตามการคาดเดา ต้องใช้หมายเลข Port และวิธีเข้ารหัสที่ผู้ให้บริการอีเมลกำหนดเท่านั้น

ต้องปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสหรือ Firewall หรือไม่

ไม่ควรปิดระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดเพื่อทดสอบโดยไม่จำเป็น หากสงสัยว่าโปรแกรมรักษาความปลอดภัยขัดขวาง Outlook ควรตรวจสอบบันทึกหรือการตั้งค่าเฉพาะโปรแกรม และขอคำแนะนำจากผู้ดูแลระบบ


สรุป

เมื่อ Outlook ส่งเมลไม่ได้บน Windows 10 ให้เริ่มจากทดลองส่งผ่านเว็บ ตรวจสอบอินเทอร์เน็ตและปิด Work Offline จากนั้นส่งข้อความสั้นโดยไม่มีไฟล์แนบ หากยังไม่ได้ ให้ตรวจสอบ Outbox, พื้นที่กล่องจดหมาย, รหัสผ่าน, SMTP และ Outgoing Server Authentication

แนวทางของ comsiam คือไม่ลบบัญชีหรือแก้ Port แบบเดาสุ่ม เพราะปัญหารับได้แต่ส่งไม่ได้ส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับ SMTP การยืนยันตัวตน หรือเมลที่ค้างใน Outbox การแยกสาเหตุให้ชัดจะช่วยแก้ได้เร็วและลดความเสี่ยงต่อข้อมูลอีเมลเดิม

Popular posts from this blog

Windows 10 WiFi เปิดไม่ได้ – วิธีแก้ WiFi Not Turning On

Windows 10 ช้าหลัง Update – วิธีแก้ Slow After Update แบบช่าง IT มืออาชีพ

Activate Windows ไม่ได้ เกิดจากอะไร? วิธีแก้ปัญหา Windows ไม่แท้แบบถูกต้อง