วิธีปิด Firewall ใน Windows 10
Windows Defender Firewall เป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ช่วยป้องกันการโจมตีจากอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายภายใน แต่ในบางกรณี เช่น การทดสอบโปรแกรม แก้ปัญหาการเชื่อมต่อ หรือใช้งานซอฟต์แวร์เฉพาะทาง ผู้ใช้อาจจำเป็นต้อง ปิด Firewall ใน Windows 10 ชั่วคราว
บทความนี้จะแนะนำวิธีปิด Windows Firewall อย่างถูกต้อง พร้อมข้อควรระวัง และวิธีเปิดกลับเพื่อให้เครื่องยังคงปลอดภัยหลังใช้งาน
สารบัญ
• 1. Windows Firewall คืออะไร
• 2. ควรปิด Firewall หรือไม่
• 3. วิธีปิด Firewall ใน Windows 10
• 4. วิธีเปิด Firewall กลับมา
• 5. ข้อดีและข้อเสียของการปิด Firewall
• คำถามที่พบบ่อย
• สรุป
1. Windows Firewall คืออะไร
Windows Defender Firewall เป็นระบบที่คอยตรวจสอบและกรองข้อมูลที่รับส่งผ่านเครือข่าย
มีหน้าที่สำคัญ เช่น
🛡️ ป้องกันการเชื่อมต่อจากผู้ไม่หวังดี
🌐 ป้องกันการโจมตีผ่านเครือข่าย
🔒 ควบคุมการเข้าออกของโปรแกรม
⚠️ ลดความเสี่ยงจากมัลแวร์ที่พยายามติดต่ออินเทอร์เน็ต
โดยค่าเริ่มต้น Windows 10 จะเปิด Firewall ไว้ตลอดเวลา
2. ควรปิด Firewall หรือไม่
โดยทั่วไป ไม่ควรปิด
แต่สามารถปิดชั่วคราวได้ในกรณีต่อไปนี้
ติดตั้งโปรแกรมที่ถูก Firewall บล็อก
ทดสอบการเชื่อมต่อเครือข่าย
ตรวจสอบปัญหาเกมออนไลน์
แก้ไขปัญหาแชร์ไฟล์ภายในองค์กร
ตรวจสอบการเชื่อมต่ออุปกรณ์ NAS หรือ Printer
เมื่อใช้งานเสร็จ ควรเปิด Firewall กลับทันที
3. วิธีปิด Firewall ใน Windows 10
วิธีที่ 1 ปิดผ่าน Windows Security (แนะนำ)
คลิก Start
เปิด
Settings
เลือก
Update & Security
คลิก
Windows Security
เลือก
Firewall & network protection
เลือกเครือข่ายที่กำลังใช้งาน เช่น
Domain Network
Private Network
Public Network
จากนั้น
ปิดสวิตช์
Microsoft Defender Firewall
ระบบจะถามสิทธิ์ Administrator
กด
Yes
เพียงเท่านี้ Firewall ของเครือข่ายนั้นก็จะถูกปิด
วิธีที่ 2 ปิดผ่าน Control Panel
เปิด
Control Panel
เลือก
System and Security
คลิก
Windows Defender Firewall
เลือก
Turn Windows Defender Firewall on or off
เลือก
Turn off Windows Defender Firewall (not recommended)
ทั้ง
Private Network
Public Network
กด
OK
วิธีที่ 3 ปิดผ่าน Command Prompt
เปิด Command Prompt แบบ Administrator
พิมพ์คำสั่ง
netsh advfirewall set allprofiles state off
กด Enter
Firewall จะถูกปิดทุกโปรไฟล์ทันที
วิธีที่ 4 ปิดผ่าน PowerShell
เปิด PowerShell แบบ Administrator
พิมพ์
Set-NetFirewallProfile -Profile Domain,Public,Private -Enabled False
กด Enter
4. วิธีเปิด Firewall กลับมา
หลังใช้งานเสร็จ ควรเปิด Firewall กลับทันที
หากใช้ Command Prompt
ใช้คำสั่ง
netsh advfirewall set allprofiles state on
หากใช้ PowerShell
Set-NetFirewallProfile -Profile Domain,Public,Private -Enabled True
หรือเปิดผ่าน
Windows Security > Firewall & network protection
แล้วเปิด
Microsoft Defender Firewall
5. ข้อดีและข้อเสียของการปิด Firewall
ข้อดี
✅ ช่วยตรวจสอบปัญหาการเชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น
✅ โปรแกรมบางตัวสามารถเชื่อมต่อได้ทันที
✅ เหมาะสำหรับการทดสอบระบบ
ข้อเสีย
❌ เสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากอินเทอร์เน็ต
❌ มัลแวร์สามารถติดต่อเซิร์ฟเวอร์ภายนอกได้ง่ายขึ้น
❌ เครื่องอาจถูกสแกนพอร์ตจากผู้ไม่หวังดี
❌ ความปลอดภัยลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้งาน Wi-Fi สาธารณะ
ดังนั้น หากไม่มีเหตุจำเป็น ไม่ควรปิด Firewall เป็นเวลานาน
คำถามที่พบบ่อย
ปิด Firewall แล้วอินเทอร์เน็ตจะเร็วขึ้นหรือไม่
ไม่ Firewall แทบไม่มีผลต่อความเร็วอินเทอร์เน็ตในการใช้งานทั่วไป
ปิด Firewall แล้ว Windows Defender ยังทำงานหรือไม่
ยังทำงานตามปกติ เพราะ Defender และ Firewall เป็นคนละระบบ
ควรปิด Firewall เพื่อเล่นเกมหรือไม่
ไม่ควร แนะนำให้อนุญาตเกมผ่าน Firewall (Allow an app through Firewall) จะปลอดภัยกว่า
ปิด Firewall แล้วเครื่องจะติดไวรัสหรือไม่
Firewall ไม่ได้ป้องกันไวรัสโดยตรง แต่ช่วยป้องกันการโจมตีผ่านเครือข่าย เมื่อปิดแล้วความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น
สรุป
การปิด Firewall ใน Windows 10 สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งผ่าน Windows Security, Control Panel, Command Prompt และ PowerShell แต่ควรปิดเฉพาะเมื่อจำเป็น เช่น การทดสอบระบบหรือแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อ และควรเปิดกลับทันทีหลังใช้งานเสร็จ เพื่อรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ comsiam แนะนำว่า หากโปรแกรมหรือเกมถูกบล็อก ควรเพิ่มข้อยกเว้น (Allow App) แทนการปิด Firewall ทั้งระบบ เพราะเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าและยังคงได้รับการป้องกันจาก Microsoft Defender Firewall อย่างเต็มประสิทธิภาพ