PostgreSQL ใช้ไม่ได้บน Windows 10? วิธีแก้ Service ไม่ทำงาน เชื่อมต่อไม่ได้ Port 5432 ชน และ Password ผิด

 หากคุณใช้ PostgreSQL บน Windows 10 แล้วพบว่าเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลเปิดไม่ขึ้น เชื่อมต่อผ่าน pgAdmin ไม่ได้ ขึ้นข้อความ Connection refused, Password authentication failed, พอร์ต 5432 ถูกใช้งาน หรือ PostgreSQL Service หยุดทำงาน ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากบริการฐานข้อมูล ไฟล์ postgresql.conf, การตั้งค่า pg_hba.conf, รหัสผ่านผู้ใช้ หรือพอร์ตชนกับโปรแกรมอื่น

บทความนี้รวบรวมวิธีแก้ PostgreSQL ใช้ไม่ได้บน Windows 10 แบบเป็นขั้นตอน เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ PostgreSQL Server, pgAdmin, PHP, Python, Node.js และระบบพัฒนาเว็บไซต์ พร้อมจัดรูปแบบให้อ่านง่ายสำหรับ Blogspot


PostgreSQL คืออะไร

PostgreSQL เป็นระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์แบบโอเพนซอร์สที่มีความสามารถสูง

สามารถนำไปใช้กับงาน เช่น

  • Web Application

  • ระบบสมาชิก

  • ระบบหลังบ้าน

  • REST API

  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูล

  • Django

  • Laravel

  • Node.js

  • Java Application

  • ระบบภายในองค์กร

PostgreSQL รองรับข้อมูลขนาดใหญ่ Transaction, JSON, Stored Procedure และฟังก์ชันขั้นสูงจำนวนมาก


อาการที่พบบ่อย

  • PostgreSQL เปิดไม่ขึ้น

  • PostgreSQL Service หยุดทำงาน

  • pgAdmin เชื่อมต่อไม่ได้

  • Connection refused

  • Password authentication failed

  • Port 5432 ถูกใช้งาน

  • Database ไม่แสดงใน pgAdmin

  • psql ใช้งานไม่ได้

  • เว็บไซต์เชื่อมต่อฐานข้อมูลไม่ได้

  • PostgreSQL Start แล้วหยุดทันที

  • Import ฐานข้อมูลไม่สำเร็จ

  • โปรแกรมทำงานช้าผิดปกติ


สาเหตุที่ทำให้ PostgreSQL มีปัญหา

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • PostgreSQL Service ไม่ทำงาน

  • พอร์ต 5432 ถูกโปรแกรมอื่นใช้

  • รหัสผ่านของผู้ใช้ postgres ไม่ถูกต้อง

  • ไฟล์ postgresql.conf ผิดพลาด

  • ไฟล์ pg_hba.conf กำหนดสิทธิ์ไม่ถูกต้อง

  • Data Directory มีปัญหา

  • ติดตั้ง PostgreSQL หลายเวอร์ชัน

  • Firewall บล็อกการเชื่อมต่อ

  • พื้นที่ว่างของไดรฟ์ไม่เพียงพอ

  • สิทธิ์ของโฟลเดอร์ฐานข้อมูลไม่ถูกต้อง

  • เครื่องปิดกะทันหันขณะกำลังเขียนข้อมูล


วิธีแก้ PostgreSQL ใช้ไม่ได้บน Windows 10

① รีสตาร์ต Windows

รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ก่อนหนึ่งครั้ง

จากนั้นทดลองเปิด PostgreSQL หรือ pgAdmin ใหม่

วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหา Service และ Process ค้างได้ในบางกรณี


② ตรวจสอบ PostgreSQL Service

กด

Win + R

พิมพ์

services.msc

กด Enter

ค้นหาบริการชื่อใกล้เคียง เช่น

postgresql-x64-16
postgresql-x64-15
postgresql-x64-14

ตรวจสอบว่า Status เป็น

Running

หากหยุดทำงาน ให้คลิกขวาแล้วเลือก

Start


③ รีสตาร์ต PostgreSQL Service

หาก Service ทำงานอยู่แต่เชื่อมต่อไม่ได้

คลิกขวาที่ PostgreSQL Service

เลือก

Restart

จากนั้นทดลองเชื่อมต่อใหม่


④ ตั้งค่า Startup Type

ดับเบิลคลิก PostgreSQL Service

ตั้งค่า

Startup type

เป็น

Automatic

เพื่อให้ฐานข้อมูลเริ่มทำงานพร้อม Windows


⑤ ตรวจสอบชื่อ Service ผ่าน Command Prompt

เปิด Command Prompt แบบผู้ดูแลระบบ

รัน

sc query type= service | findstr /I "postgres"

คำสั่งนี้จะแสดง PostgreSQL Service ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง


⑥ เริ่ม Service ผ่านคำสั่ง

หากชื่อ Service คือ postgresql-x64-16 ให้รัน

net start postgresql-x64-16

หากต้องการหยุด Service ใช้

net stop postgresql-x64-16

ควรเปลี่ยนชื่อให้ตรงกับเวอร์ชันที่ติดตั้งจริง


⑦ ตรวจสอบพอร์ต 5432

PostgreSQL ใช้พอร์ต

5432

เป็นค่าเริ่มต้น

เปิด Command Prompt แล้วรัน

netstat -ano | findstr :5432

หากมี Process อื่นใช้พอร์ตนี้ PostgreSQL อาจเปิดไม่ได้หรือเชื่อมต่อไปผิด Server


⑧ ตรวจสอบ Process ที่ใช้พอร์ต

นำหมายเลข PID จากคำสั่ง netstat ไปค้นหาใน

Task Manager > Details

ตรวจสอบว่า Process ใดกำลังใช้พอร์ต 5432

หากเป็น PostgreSQL คนละเวอร์ชัน อาจเกิดจากติดตั้งหลาย Instance


⑨ ตรวจสอบ PostgreSQL หลายเวอร์ชัน

หากติดตั้ง PostgreSQL หลายเวอร์ชัน เช่น 14, 15 และ 16 พร้อมกัน แต่ละ Service ต้องใช้

  • พอร์ตต่างกัน

  • Data Directory ต่างกัน

  • ชื่อ Service ต่างกัน

ควรตรวจสอบว่า pgAdmin และโปรแกรมกำลังเชื่อมต่อ Instance ที่ถูกต้อง


⑩ เปลี่ยนพอร์ต PostgreSQL

เปิดไฟล์

postgresql.conf

ค้นหา

port = 5432

เปลี่ยนเป็น

port = 5433

จากนั้นรีสตาร์ต PostgreSQL Service

โปรแกรมทั้งหมดที่เชื่อมต่อฐานข้อมูลต้องเปลี่ยนพอร์ตตามด้วย


⑪ ตรวจสอบไฟล์ postgresql.conf

ไฟล์นี้เป็นไฟล์ตั้งค่าหลักของ PostgreSQL

ค่าที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

listen_addresses = 'localhost'
port = 5432
max_connections = 100

ตรวจสอบว่า

  • ไม่มีเครื่องหมายผิดตำแหน่ง

  • ไม่มีค่าซ้ำกัน

  • Port ถูกต้อง

  • Path ที่กำหนดมีอยู่จริง

ควรสำรองไฟล์ก่อนแก้ไขทุกครั้ง


⑫ ตรวจสอบไฟล์ pg_hba.conf

ไฟล์ pg_hba.conf ใช้กำหนดว่าใครสามารถเชื่อมต่อ PostgreSQL ได้

ตัวอย่างสำหรับการเชื่อมต่อภายในเครื่อง

host    all    all    127.0.0.1/32    scram-sha-256

และ IPv6

host    all    all    ::1/128         scram-sha-256

หากกำหนดผิด PostgreSQL อาจปฏิเสธการเชื่อมต่อ แม้ Username และ Password ถูกต้อง


⑬ รีสตาร์ต Service หลังแก้ Config

หลังแก้ไข

  • postgresql.conf

  • pg_hba.conf

ต้องรีสตาร์ต PostgreSQL Service ทุกครั้ง

มิฉะนั้นค่าที่แก้จะยังไม่ถูกนำมาใช้


⑭ ตรวจสอบ Data Directory

Data Directory เป็นตำแหน่งเก็บฐานข้อมูลทั้งหมด

ตรวจสอบว่า

  • โฟลเดอร์ยังอยู่

  • ไฟล์ไม่ถูกลบ

  • มีพื้นที่ว่างเพียงพอ

  • บัญชี Service มีสิทธิ์เข้าถึง

  • Antivirus ไม่ได้กักกันไฟล์

  • ไม่ได้ย้ายโฟลเดอร์โดยไม่แก้ Service

ไม่ควรลบไฟล์ภายใน Data Directory ด้วยตนเอง


⑮ ตรวจสอบ PostgreSQL Log

หาก Service Start แล้วหยุดทันที ให้ตรวจสอบ Log ภายในโฟลเดอร์ เช่น

log
pg_log

หรือดูตำแหน่งจาก postgresql.conf

Log มักระบุสาเหตุ เช่น

  • Port ถูกใช้งาน

  • Config ผิด

  • Permission ไม่ถูกต้อง

  • Data Directory เสียหาย

  • Recovery ไม่สำเร็จ

  • ไดรฟ์เต็ม


⑯ ตรวจสอบพื้นที่ว่างของไดรฟ์

PostgreSQL ต้องใช้พื้นที่สำหรับ

  • Database

  • WAL

  • Temporary Files

  • Index

  • Log

  • Backup

หากไดรฟ์ใกล้เต็ม PostgreSQL อาจหยุดทำงานหรือไม่สามารถบันทึกข้อมูลได้


⑰ ทดสอบเชื่อมต่อผ่าน psql

เปิด Command Prompt

รัน

psql -U postgres

หากกำหนดพอร์ตเอง ใช้

psql -U postgres -p 5432

จากนั้นใส่รหัสผ่าน

หากเชื่อมต่อได้ แสดงว่า Server ทำงาน แต่ pgAdmin หรือโปรแกรมอื่นอาจตั้งค่าผิด


⑱ แก้ psql is not recognized

หากเรียกคำสั่ง psql ไม่ได้ ให้เพิ่มโฟลเดอร์ bin ของ PostgreSQL ลงใน PATH

ตัวอย่าง

C:\Program Files\PostgreSQL\16\bin

จากนั้นปิดและเปิด Command Prompt ใหม่


⑲ ตรวจสอบตำแหน่ง psql

รัน

where psql

หากพบหลายตำแหน่ง อาจมี PostgreSQL Client หลายเวอร์ชัน

ควรจัดลำดับ PATH ให้เวอร์ชันที่ต้องการอยู่ด้านบน


⑳ แก้ Password authentication failed

ข้อความ

password authentication failed for user

มักเกิดจาก

  • Username ผิด

  • Password ผิด

  • เชื่อมต่อผิด Server

  • Port ผิด

  • วิธี Authentication ไม่ตรงกับ Client

  • ผู้ใช้ไม่มีอยู่ในฐานข้อมูล

ควรตรวจสอบ Host, Port, Username และ Database ก่อนรีเซ็ตรหัสผ่าน


㉑ ตรวจสอบผู้ใช้ postgres

ผู้ใช้เริ่มต้นมักชื่อ

postgres

แต่บางเครื่องอาจสร้างผู้ใช้อื่นไว้แทน

ใน pgAdmin ควรตรวจสอบค่า

  • Host name/address

  • Port

  • Maintenance database

  • Username

  • Password

ให้ตรงกับ Server จริง


㉒ ตรวจสอบ pgAdmin

หาก pgAdmin เปิดได้แต่เชื่อมต่อไม่ได้

คลิกขวาที่ Server

เลือก

Properties

ตรวจสอบ

Host: 127.0.0.1
Port: 5432
Maintenance database: postgres
Username: postgres

จากนั้นทดลองเชื่อมต่อใหม่


㉓ ลบรหัสผ่านที่จำผิดใน pgAdmin

หาก pgAdmin บันทึกรหัสผ่านเก่าไว้

ให้แก้ Connection หรือลบ Server Registration แล้วเพิ่มใหม่

จากนั้นใส่รหัสผ่านที่ถูกต้อง


㉔ ใช้ 127.0.0.1 แทน localhost

บางกรณี localhost อาจ Resolve ไปยัง IPv6 หรือการตั้งค่าที่แตกต่างกัน

ทดลองใช้

127.0.0.1

แทน localhost

แล้วเชื่อมต่อใหม่


㉕ ตรวจสอบ Listen Address

ใน postgresql.conf ตรวจสอบ

listen_addresses = 'localhost'

หากต้องการเชื่อมต่อจากเครื่องอื่น อาจกำหนด

listen_addresses = '*'

แต่ต้องตั้งค่า pg_hba.conf และ Firewall อย่างปลอดภัย

ไม่ควรเปิดให้ทุกเครือข่ายเชื่อมต่อโดยไม่มีข้อจำกัด


㉖ ตรวจสอบ Windows Firewall

หากเชื่อมต่อจากเครื่องอื่นไม่ได้ ให้ตรวจสอบว่า Firewall อนุญาตพอร์ต PostgreSQL แล้ว

ควรเปิดเฉพาะ

  • เครือข่ายภายใน

  • IP ที่จำเป็น

  • พอร์ตที่ใช้งานจริง

ไม่ควรเปิดพอร์ต 5432 สู่ Internet โดยตรง


㉗ ตรวจสอบ Antivirus

Antivirus อาจบล็อก

  • postgres.exe

  • pg_ctl.exe

  • psql.exe

  • Data Directory

  • Log Directory

ตรวจสอบประวัติการกักกัน และอนุญาตเฉพาะไฟล์ที่มั่นใจว่าเป็นของ PostgreSQL จริง


㉘ ตรวจสอบสิทธิ์โฟลเดอร์

บัญชี Windows ที่ PostgreSQL Service ใช้งานต้องมีสิทธิ์อ่านและเขียนใน

  • Data Directory

  • Log Directory

  • Backup Directory

  • Temporary Directory

หากย้าย Data Directory ต้องกำหนด Permission ใหม่


㉙ ตรวจสอบ Database ที่ต้องการเชื่อมต่อ

หากขึ้นข้อความ

database does not exist

ให้ตรวจสอบชื่อ Database

สามารถดูรายการฐานข้อมูลผ่าน psql ด้วย

\l

หรือใน pgAdmin


㉚ ตรวจสอบ Schema และ Table

หากเชื่อมต่อได้แต่หา Table ไม่เจอ ให้ตรวจสอบว่าอยู่ใน

  • Database ถูกตัว

  • Schema ถูกตัว

  • Search Path ถูกต้อง

ใน PostgreSQL Table อาจอยู่ใน Schema อื่นที่ไม่ใช่ public


㉛ ตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้

ผู้ใช้อาจเชื่อมต่อได้แต่ไม่มีสิทธิ์อ่าน Table

สามารถตรวจสอบ Role และสิทธิ์ผ่าน pgAdmin หรือคำสั่ง SQL

ควรให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น ไม่ควรใช้ Superuser กับแอปพลิเคชันทั่วไป


㉜ Import ฐานข้อมูลด้วย psql

ตัวอย่าง Import ไฟล์ SQL

psql -U postgres -d ชื่อฐานข้อมูล -f backup.sql

ควรสร้าง Database ปลายทางก่อน และตรวจสอบ Encoding ของไฟล์


㉝ Export ฐานข้อมูลด้วย pg_dump

ตัวอย่าง

pg_dump -U postgres -d ชื่อฐานข้อมูล -f backup.sql

หากต้องการ Custom Format ใช้

pg_dump -U postgres -F c -d ชื่อฐานข้อมูล -f backup.dump

ควรตรวจสอบว่าไฟล์ Backup ถูกสร้างสำเร็จก่อนลบข้อมูลต้นฉบับ


㉞ Restore ไฟล์ Custom Format

ใช้คำสั่ง

pg_restore -U postgres -d ชื่อฐานข้อมูล backup.dump

ควรตรวจสอบ Version ของ pg_restore ให้เหมาะกับไฟล์ Backup


㉟ ตรวจสอบ Encoding

หากภาษาไทยแสดงผิด ให้ตรวจสอบ

  • Database Encoding

  • Client Encoding

  • ไฟล์ SQL

  • โปรแกรมที่เชื่อมต่อ

สามารถตรวจสอบ Database Encoding ผ่านคำสั่ง

SHOW server_encoding;

และ Client Encoding ด้วย

SHOW client_encoding;

㊱ ตรวจสอบ Connection Limit

หากขึ้นข้อความ

too many connections

ให้ตรวจสอบค่า

SHOW max_connections;

รวมถึงตรวจสอบ Connection ที่เปิดอยู่

SELECT * FROM pg_stat_activity;

ควรแก้ Connection Pool ของแอปก่อนเพิ่ม Limit


㊲ ตรวจสอบ Session ที่ค้าง

ใช้คำสั่ง

SELECT pid, usename, datname, state, query
FROM pg_stat_activity;

เพื่อตรวจสอบ Session ที่เปิดค้างหรือ Query ที่ทำงานนานผิดปกติ


㊳ ตรวจสอบ Query ที่ช้า

หาก PostgreSQL ทำงานช้า ให้ตรวจสอบ

  • Index

  • Query Plan

  • Table Size

  • Disk

  • RAM

  • Connection Pool

  • Autovacuum

สามารถใช้

EXPLAIN ANALYZE

เพื่อตรวจสอบแผนการทำงานของ Query


㊴ ตรวจสอบ Autovacuum

PostgreSQL ใช้ Autovacuum เพื่อจัดการข้อมูลที่ถูกแก้ไขหรือลบ

หาก Table โตผิดปกติหรือ Query ช้าลง ควรตรวจสอบว่า Autovacuum ทำงานตามปกติ

ไม่ควรปิด Autovacuum โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน


㊵ ตรวจสอบ WAL

หากโฟลเดอร์ WAL ใช้พื้นที่มากผิดปกติ อาจเกิดจาก

  • Replication Slot ค้าง

  • Backup ไม่สมบูรณ์

  • Archive Command มีปัญหา

  • Transaction ยาวเกินไป

ควรตรวจสอบ Log และระบบ Replication ก่อนลบไฟล์ใด ๆ

ห้ามลบไฟล์ใน pg_wal ด้วยตนเอง


㊶ ปิด PostgreSQL อย่างถูกต้อง

ควรหยุด PostgreSQL ผ่าน

  • Windows Services

  • pg_ctl

  • คำสั่ง net stop

  • เครื่องมือดูแลระบบ

หลีกเลี่ยงการปิดเครื่องทันทีขณะ Import, Backup หรือเขียนข้อมูลจำนวนมาก


㊷ สำรองข้อมูลก่อนอัปเดต

ก่อนอัปเดต PostgreSQL ควรสำรอง

  • Database

  • Role

  • Privilege

  • Extensions

  • Config

  • Application Settings

ควรทดสอบการอัปเกรดในเครื่องพัฒนาก่อนระบบจริง


㊸ ตรวจสอบ Compatibility ของ Extension

Extension เช่น PostGIS อาจต้องใช้เวอร์ชันที่ตรงกับ PostgreSQL

ก่อนอัปเกรดควรตรวจสอบว่า Extension ทั้งหมดรองรับเวอร์ชันใหม่แล้ว


㊹ ติดตั้ง PostgreSQL ใหม่

หากไฟล์โปรแกรมเสียหายและแก้ไม่ได้ อาจถอนและติดตั้งใหม่

ก่อนถอนต้องสำรอง

  • Database

  • SQL Dump

  • Custom Backup

  • Role

  • Config

  • Data Directory

ไม่ควรถอนโปรแกรมก่อนทดสอบว่า Backup สามารถ Restore ได้จริง


㊺ อัปเดต Windows

ติดตั้ง Windows Update ที่จำเป็น

จากนั้นรีสตาร์ตเครื่องก่อนทดสอบ PostgreSQL ใหม่


㊻ ซ่อมไฟล์ระบบ Windows

เปิด Command Prompt แบบผู้ดูแลระบบ

รัน

sfc /scannow

จากนั้นรัน

DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth

เมื่อเสร็จแล้วให้รีสตาร์ต Windows


วิธีแก้ Error ที่พบบ่อยใน PostgreSQL

Connection refused

ตรวจสอบว่า PostgreSQL Service ทำงานอยู่ Port ถูกต้อง และ listen_addresses รองรับการเชื่อมต่อ


Password authentication failed

ตรวจสอบ Username, Password, Host, Port และกฎใน pg_hba.conf


Port 5432 already in use

ตรวจสอบด้วย

netstat -ano | findstr :5432

จากนั้นปิด Process ที่ชนกันหรือเปลี่ยน Port ของ PostgreSQL


Database does not exist

ตรวจสอบชื่อ Database และ Connection Profile ใน pgAdmin หรือแอปพลิเคชัน


Role does not exist

ชื่อผู้ใช้ที่ระบุไม่มีอยู่ใน PostgreSQL Instance ที่กำลังเชื่อมต่อ


No pg_hba.conf entry

ไฟล์ pg_hba.conf ยังไม่อนุญาต IP, Database หรือ User ดังกล่าว

ควรเพิ่ม Rule ที่จำกัดเฉพาะการเชื่อมต่อที่จำเป็น


Too many connections

ตรวจสอบ Session ที่เปิดค้างและการตั้งค่า Connection Pool ก่อนเพิ่ม max_connections


Could not connect to server

ตรวจสอบ Service, Host, Port, Firewall และไฟล์ Log


วิธีป้องกันปัญหา PostgreSQL

  • สำรองฐานข้อมูลเป็นประจำ

  • ตรวจสอบ PostgreSQL Log เมื่อ Service หยุด

  • ใช้หนึ่ง Instance ต่อหนึ่ง Port

  • ไม่ลบไฟล์ใน Data Directory หรือ pg_wal

  • เว้นพื้นที่ว่างของไดรฟ์ให้เพียงพอ

  • จำกัดสิทธิ์ของ User

  • ไม่เปิด Port 5432 สู่ Internet โดยตรง

  • ตรวจสอบ Query และ Index เป็นระยะ

  • ใช้ Connection Pool อย่างเหมาะสม

  • ทดสอบการอัปเดตก่อนระบบจริง


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

PostgreSQL กับ MySQL ต่างกันอย่างไร

PostgreSQL มีความสามารถด้าน SQL, Transaction, JSON, Extension และข้อมูลซับซ้อนสูง ส่วน MySQL ใช้งานแพร่หลายและตั้งค่าเริ่มต้นได้ง่ายกว่า การเลือกควรพิจารณาตามลักษณะของระบบ

pgAdmin จำเป็นหรือไม่

ไม่จำเป็น เพราะสามารถจัดการ PostgreSQL ผ่าน psql ได้ แต่ pgAdmin ช่วยให้จัดการ Database, User และ Query ผ่านหน้าจอกราฟิกได้สะดวกขึ้น

เปลี่ยนพอร์ต PostgreSQL ได้หรือไม่

เปลี่ยนได้ใน postgresql.conf แต่ต้องแก้ Port ใน pgAdmin และแอปพลิเคชันทุกตัวให้ตรงกัน

PostgreSQL ใช้งานฟรีหรือไม่

PostgreSQL เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและใช้งานได้ฟรี

ลืมรหัสผ่าน postgres ต้องทำอย่างไร

ควรใช้กระบวนการรีเซ็ตรหัสผ่านตามเอกสารของ PostgreSQL เวอร์ชันที่ติดตั้ง และดำเนินการเฉพาะเครื่องหรือระบบที่คุณมีสิทธิ์ดูแล


สรุป

ปัญหา PostgreSQL ใช้ไม่ได้บน Windows 10 ส่วนใหญ่มาจาก PostgreSQL Service หยุดทำงาน พอร์ต 5432 ชนกับโปรแกรมอื่น Password ไม่ถูกต้อง ไฟล์ postgresql.conf หรือ pg_hba.conf ผิดพลาด รวมถึง Data Directory มีปัญหา ควรเริ่มจากตรวจสอบ Service, Port, Log และทดลองเชื่อมต่อผ่าน psql ตามลำดับ

ทีม comsiam แนะนำให้สำรองฐานข้อมูลก่อนแก้ไข Config, Data Directory หรืออัปเดต PostgreSQL ทุกครั้ง เพราะการแก้ผิดจุดอาจทำให้ระบบฐานข้อมูลเสียหายเพิ่มเติม นอกจากนี้ comsiam ยังแนะนำให้ตรวจสอบ PostgreSQL Log เป็นอันดับแรกเมื่อ Service เปิดไม่ขึ้น เพราะมักระบุสาเหตุที่แท้จริงได้รวดเร็วกว่าการถอนและติดตั้งโปรแกรมใหม่

Popular posts from this blog

Windows 10 WiFi เปิดไม่ได้ – วิธีแก้ WiFi Not Turning On

Windows 10 ช้าหลัง Update – วิธีแก้ Slow After Update แบบช่าง IT มืออาชีพ

Activate Windows ไม่ได้ เกิดจากอะไร? วิธีแก้ปัญหา Windows ไม่แท้แบบถูกต้อง