File History คืออะไรใน Windows 10 และใช้อย่างไรให้กู้ไฟล์กลับได้

 หากคุณเผลอลบไฟล์ แก้ไขเอกสารผิด หรือไฟล์เสียหายโดยไม่ตั้งใจ File History คือฟีเจอร์สำรองข้อมูลของ Windows 10 ที่ช่วยบันทึกไฟล์หลายเวอร์ชันไว้โดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถกู้คืนไฟล์หรือย้อนกลับไปใช้เวอร์ชันก่อนหน้าได้ง่าย โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม

สารบัญ

  1. File History คืออะไร

  2. File History สำรองข้อมูลอะไรบ้าง

  3. วิธีเปิดใช้งาน File History

  4. วิธีกู้คืนไฟล์จาก File History

  5. วิธีปรับแต่งการสำรองข้อมูล

  6. ข้อดีและข้อจำกัด

  7. คำถามที่พบบ่อย

  8. สรุป


1. File History คืออะไร

File History เป็นระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติของ Windows 10 ที่จะคัดลอกไฟล์สำคัญไปยังอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอีกตัวหนึ่ง เช่น External HDD หรือ SSD

จุดเด่นคือ

  • สำรองข้อมูลอัตโนมัติ

  • เก็บไฟล์หลายเวอร์ชัน

  • กู้คืนไฟล์ที่ลบไปแล้วได้

  • ย้อนกลับไปใช้ไฟล์เวอร์ชันก่อนหน้าได้

เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานเอกสาร รูปภาพ หรือไฟล์สำคัญเป็นประจำ


2. File History สำรองข้อมูลอะไรบ้าง

โดยค่าเริ่มต้น Windows จะสำรองข้อมูลจาก

  • Desktop

  • Documents

  • Downloads

  • Pictures

  • Videos

  • Music

  • Favorites

  • OneDrive (ไฟล์ที่มีอยู่ในเครื่อง)

หากต้องการสำรองโฟลเดอร์อื่น สามารถเพิ่มได้ภายหลัง


3. วิธีเปิดใช้งาน File History

วิธีที่ 1 ผ่าน Settings

ไปที่

Settings → Update & Security → Backup

คลิก

Add a drive

เลือก

  • External HDD

  • External SSD

  • USB Drive

จากนั้นเปิด

Automatically back up my files

Windows จะเริ่มสำรองข้อมูลให้อัตโนมัติ


วิธีที่ 2 ผ่าน Control Panel

เปิด

Control Panel

เลือก

File History

คลิก

Turn on

หากยังไม่ได้เลือกอุปกรณ์จัดเก็บ

ให้คลิก

Select drive

แล้วเลือกไดรฟ์ที่ต้องการ


4. วิธีการกู้คืนไฟล์จาก File History

เปิด

Control Panel → File History

เลือก

Restore personal files

จากนั้น

  1. เลือกโฟลเดอร์หรือไฟล์ที่ต้องการ

  2. เลื่อนเลือกเวอร์ชันของไฟล์

  3. กดปุ่ม Restore

หากไม่ต้องการเขียนทับไฟล์เดิม

คลิกขวาที่ปุ่ม Restore แล้วเลือก

Restore to

เพื่อกำหนดตำแหน่งใหม่


5. วิธีปรับแต่งการสำรองข้อมูล

คลิก

More options

สามารถตั้งค่าได้ เช่น

ความถี่ในการสำรอง

เลือกได้ เช่น

  • ทุก 10 นาที

  • ทุก 15 นาที

  • ทุก 30 นาที

  • ทุก 1 ชั่วโมง

  • ทุกวัน


ระยะเวลาการเก็บข้อมูล

สามารถเลือก

  • จนกว่าจะใช้พื้นที่หมด

  • 1 เดือน

  • 3 เดือน

  • 6 เดือน

  • 1 ปี

  • ตลอดไป


เพิ่มหรือยกเว้นโฟลเดอร์

สามารถ

  • เพิ่มโฟลเดอร์ที่ต้องการสำรอง

  • ยกเว้นโฟลเดอร์ที่ไม่ต้องการสำรอง

เพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บ


6. ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี

  • ใช้งานฟรี

  • สำรองข้อมูลอัตโนมัติ

  • กู้คืนไฟล์ที่ลบได้

  • ย้อนกลับไฟล์เวอร์ชันเก่าได้

  • ตั้งค่าได้ง่าย


ข้อจำกัด

  • ไม่สำรองโปรแกรม

  • ไม่สำรองระบบ Windows ทั้งหมด

  • ต้องมีไดรฟ์สำหรับสำรองข้อมูล

  • หากถอดไดรฟ์สำรองออก ระบบจะหยุดสำรองชั่วคราว


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

File History ต่างจาก System Image Backup อย่างไร

  • File History สำรองเฉพาะไฟล์ส่วนตัว

  • System Image Backup สำรองทั้งระบบ รวมถึง Windows โปรแกรม และการตั้งค่าทั้งหมด


ใช้แฟลชไดรฟ์ได้หรือไม่

ได้ แต่แนะนำให้ใช้ External HDD หรือ SSD เพราะมีความจุมากกว่าและเหมาะกับการสำรองข้อมูลระยะยาว


File History สำรองอัตโนมัติหรือไม่

ใช่ หากเสียบอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ตั้งค่าไว้ Windows จะสำรองไฟล์ตามช่วงเวลาที่กำหนด


หากฮาร์ดดิสก์เสีย File History ยังใช้ได้หรือไม่

ได้ หากไฟล์สำรองอยู่ใน External HDD, SSD หรือ Network Drive ที่ไม่ได้รับความเสียหาย


สรุป

File History เป็นฟีเจอร์สำรองข้อมูลที่ใช้งานง่ายและมีประโยชน์มากสำหรับผู้ใช้ Windows 10 เพราะช่วยสำรองไฟล์สำคัญแบบอัตโนมัติ พร้อมเก็บหลายเวอร์ชัน ทำให้สามารถกู้คืนไฟล์ที่ลบหรือย้อนกลับไปใช้ไฟล์เวอร์ชันก่อนหน้าได้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่สามารถสำรองทั้งระบบเหมือน System Image Backup แต่ถือเป็นเครื่องมือที่ควรเปิดใช้งานควบคู่กันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล สำหรับคู่มือการใช้งาน Windows และเทคนิคไอทีเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ comsiam ซึ่งรวบรวมบทความคุณภาพสำหรับผู้ใช้ Windows และอัปเดตเนื้อหาใหม่บน comsiam อย่างต่อเนื่อง

Popular posts from this blog

Windows 10 WiFi เปิดไม่ได้ – วิธีแก้ WiFi Not Turning On

Windows 10 ช้าหลัง Update – วิธีแก้ Slow After Update แบบช่าง IT มืออาชีพ

Activate Windows ไม่ได้ เกิดจากอะไร? วิธีแก้ปัญหา Windows ไม่แท้แบบถูกต้อง