วิธีปิด Services ที่ไม่จำเป็นใน Windows 10 อย่างปลอดภัย
Windows 10 มี Services หรือบริการของระบบจำนวนมากที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อรองรับฟังก์ชันต่าง ๆ ของระบบปฏิบัติการและโปรแกรม แต่ในหลายเครื่อง บาง Services อาจไม่ได้ถูกใช้งานเลย ทำให้ใช้ CPU, RAM และ Disk โดยไม่จำเป็น
อย่างไรก็ตาม การปิด Services แบบไม่ศึกษาอาจทำให้ Windows ทำงานผิดปกติได้ ดังนั้นบทความนี้จะแนะนำเฉพาะ Services ที่สามารถปิดได้ในบางกรณี พร้อมวิธีปิดอย่างปลอดภัย เพื่อช่วยให้ Windows 10 ทำงานได้เร็วขึ้น
Windows Services คืออะไร
Windows Services คือโปรแกรมเบื้องหลังที่เริ่มทำงานพร้อมกับระบบ แม้ว่าจะไม่มีผู้ใช้เปิดโปรแกรมใด ๆ ก็ตาม
ตัวอย่างเช่น
Windows Update
Print Spooler
Bluetooth Support Service
Windows Search
Remote Registry
Fax Service
บาง Services จำเป็นต่อระบบ แต่บางตัวสามารถปิดได้ หากไม่ได้ใช้งานฟังก์ชันนั้น
วิธีเปิดหน้าจอ Services
กด
Windows + R
พิมพ์
services.msc
กด Enter
จะเข้าสู่หน้าต่างจัดการ Windows Services
Services ที่สามารถปิดได้ (ในบางกรณี)
1. Fax
หากไม่ได้ใช้งานแฟกซ์
สามารถตั้งค่าเป็น
Disabled
ได้
2. Print Spooler
หากเครื่องไม่มีเครื่องพิมพ์ และไม่เคยสั่งพิมพ์เอกสาร
สามารถปิดได้
หากต้องการพิมพ์ในอนาคต ต้องเปิดกลับมาใหม่
3. Remote Registry
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
สามารถปิดได้ เพราะแทบไม่มีการใช้งาน
4. Xbox Services
หากไม่เล่นเกมผ่าน Xbox หรือไม่ใช้ Xbox Game Pass
สามารถปิดบริการที่เกี่ยวข้องกับ Xbox ได้
5. Windows Search
หากไม่ใช้ระบบค้นหาไฟล์บ่อย
สามารถทดลองปิดเพื่อดูว่าเครื่องทำงานเร็วขึ้นหรือไม่
การปิดจะทำให้การค้นหาไฟล์ใช้เวลานานขึ้น
6. Bluetooth Support Service
หากคอมพิวเตอร์ไม่มี Bluetooth หรือไม่เคยใช้งาน
สามารถปิดได้
7. Downloaded Maps Manager
หากไม่ได้ใช้แผนที่แบบออฟไลน์
สามารถปิดได้
8. Touch Keyboard and Handwriting Panel Service
สำหรับคอมพิวเตอร์แบบ Desktop ที่ไม่มีหน้าจอสัมผัส
สามารถปิดได้
9. Windows Insider Service
หากไม่ได้เข้าร่วม Windows Insider Program
สามารถปิดได้
10. Retail Demo Service
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
สามารถปิดได้ เนื่องจากใช้เฉพาะเครื่องสาธิตในร้านค้า
Services ที่ไม่ควรปิด
เพื่อป้องกันปัญหาของระบบ ไม่ควรปิดบริการต่อไปนี้
Windows Update
Windows Security
DHCP Client
DNS Client
Plug and Play
Remote Procedure Call (RPC)
Windows Installer
User Profile Service
Task Scheduler
Workstation
Services เหล่านี้มีความสำคัญต่อการทำงานของ Windows
วิธีเปลี่ยน Startup Type
ดับเบิลคลิก Service ที่ต้องการ
เลือก
Startup type
จากนั้นเลือก
Automatic
Automatic (Delayed Start)
Manual
Disabled
สำหรับการทดสอบ แนะนำให้เลือก Manual ก่อน Disabled
ปิด Services แล้วเครื่องจะเร็วขึ้นหรือไม่
หากเครื่องมี RAM น้อย หรือมี Services ที่ไม่ได้ใช้งานจำนวนมาก
อาจช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้
แต่สำหรับคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ที่มี SSD และ RAM 16GB ขึ้นไป ความแตกต่างอาจไม่มากนัก
สิ่งที่ไม่ควรทำ
เพื่อความปลอดภัย ไม่ควร
ปิด Services แบบสุ่ม
ปิด Services ตามคลิปหรือบทความเก่าโดยไม่ตรวจสอบ
ปิดหลาย Services พร้อมกัน
ปิดบริการที่ไม่ทราบหน้าที่
ทีมงาน comsiam แนะนำให้เปลี่ยนเป็น Manual ก่อน หากใช้งานปกติจึงค่อยพิจารณา Disabled
คำถามที่พบบ่อย
ปิด Services แล้วเครื่องจะเร็วขึ้นจริงหรือ
ขึ้นอยู่กับจำนวน Services ที่ไม่ได้ใช้งานและสเปกของเครื่อง โดยเครื่องรุ่นเก่าจะเห็นผลชัดกว่าเครื่องรุ่นใหม่
ปิด Windows Search ดีหรือไม่
หากไม่ค้นหาไฟล์บ่อย สามารถทดลองปิดได้ แต่การค้นหาไฟล์และโปรแกรมจะช้าลง
หากปิดผิด จะเปิดกลับได้หรือไม่
ได้ เพียงกลับเข้า services.msc แล้วเปลี่ยน Startup Type กลับเป็นค่าเดิม จากนั้นรีสตาร์ทเครื่อง
สรุป
การปิด Services ที่ไม่จำเป็นสามารถช่วยลดการใช้ CPU, RAM และ Disk ได้ในบางกรณี แต่ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะบาง Services มีความสำคัญต่อการทำงานของ Windows โดยรวม หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของ Windows 10 อย่างปลอดภัย comsiam แนะนำให้เริ่มจากการปิดเฉพาะ Services ที่ไม่ได้ใช้งานจริง และทำควบคู่กับการปิด Startup ล้างไฟล์ขยะ และอัปเดต Driver เป็นประจำ เพื่อให้ระบบทำงานได้รวดเร็วและเสถียรที่สุด