Autoruns คืออะไร? วิธีหาโปรแกรมแอบเปิดพร้อม Windows 10 และปิดอย่างถูกต้อง
Autoruns คือเครื่องมือจาก Microsoft Sysinternals สำหรับตรวจสอบโปรแกรม Service, Driver, Scheduled Task และส่วนประกอบอื่นที่ถูกตั้งค่าให้เปิดอัตโนมัติพร้อม Windows โดยแสดงตำแหน่งได้ละเอียดกว่าแท็บ Startup ใน Task Manager
หาก Windows 10 เปิดเครื่องช้า มีหน้าต่างแปลกเด้งขึ้นมา โปรแกรมปิดแล้วกลับมาเอง หรือสงสัยว่ามีซอฟต์แวร์ทำงานเบื้องหลัง Autoruns ช่วยค้นหาต้นทางได้ แต่ต้องปิดรายการอย่างระมัดระวัง เพราะบางรายการเกี่ยวข้องกับ Driver ระบบรักษาความปลอดภัย และการเข้าสู่ Windows
ข้อควรระวัง: ควรเอาเครื่องหมายถูกออกเพื่อปิดรายการชั่วคราวก่อน อย่าใช้คำสั่ง Delete จนกว่าจะยืนยันได้ว่ารายการนั้นไม่จำเป็นและมีข้อมูลสำรองแล้ว
สารบัญ
- Autoruns คืออะไร
- Autoruns ใช้ทำอะไรได้บ้าง
- ต่างจาก Task Manager อย่างไร
- Autoruns ปลอดภัยหรือไม่
- วิธีดาวน์โหลด Autoruns
- วิธีเปิด Autoruns
- Autoruns และ Autorunsc ต่างกันอย่างไร
- ทำความเข้าใจหน้าจอหลัก
- ความหมายของสีใน Autoruns
- แท็บ Everything
- แท็บ Logon
- แท็บ Explorer
- แท็บ Scheduled Tasks
- แท็บ Services
- แท็บ Drivers
- แท็บ Winlogon
- แท็บ Boot Execute
- แท็บ Office
- วิธีซ่อนรายการของ Microsoft
- วิธีตรวจสอบ Digital Signature
- วิธีใช้ VirusTotal
- วิธีปิด Startup อย่างปลอดภัย
- วิธีเปิดรายการกลับคืน
- Disable กับ Delete ต่างกันอย่างไร
- วิธีหาโปรแกรมเปิดเครื่องช้า
- วิธีหาโปรแกรมปิดแล้วกลับมาเอง
- วิธีตรวจสอบรายการ File not found
- วิธีค้นหาตำแหน่งไฟล์และ Registry
- รายการใดไม่ควรปิด
- วิธีสำรองข้อมูลก่อนแก้ไข
- วิธีบันทึกผลการตรวจสอบ
- ปัญหาที่พบบ่อย
- คำถามที่พบบ่อย
- สรุป
1. Autoruns คืออะไร
Autoruns เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ตำแหน่ง Autostart ของ Windows ซึ่งหมายถึงตำแหน่งที่ระบบและโปรแกรมใช้สั่งให้ส่วนประกอบต่างๆ เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ
ตำแหน่งเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงโฟลเดอร์ Startup แต่ยังรวมถึง
- Registry Run Keys
- Windows Services
- Drivers
- Scheduled Tasks
- Explorer Extensions
- Winlogon Components
- Browser Components
- Office Add-ins
- Print Monitors
- Codecs
- Boot Execute
- Image Hijacks
- AppInit DLLs
- Known DLLs
Autoruns รวบรวมรายการเหล่านี้มาแสดงในหน้าต่างเดียว จึงช่วยลดเวลาที่ต้องเปิด Registry Editor, Services และ Task Scheduler แยกกัน
2. Autoruns ใช้ทำอะไรได้บ้าง
Autoruns เหมาะสำหรับตรวจสอบปัญหา เช่น
- Windows 10 เปิดเครื่องช้า
- เข้าหน้า Desktop แล้วต้องรอนาน
- มีโปรแกรมเปิดขึ้นมาเอง
- มีหน้าต่าง Command Prompt เด้งตอนเปิดเครื่อง
- โปรแกรมที่ปิดไปแล้วกลับมาทำงานอีก
- พบ Process ไม่รู้จักใน Task Manager
- Browser มีส่วนเสริมที่ไม่ได้ใช้งาน
- File Explorer คลิกขวาแล้วค้าง
- Service เปิดอัตโนมัติโดยไม่จำเป็น
- Scheduled Task เรียกโปรแกรมเป็นระยะ
- Driver เก่าค้างอยู่หลังถอนโปรแกรม
- มีข้อความหาไฟล์ไม่พบตอนเข้าสู่ระบบ
- ต้องการตรวจสอบจุดเริ่มต้นของซอฟต์แวร์ต้องสงสัย
Autoruns ไม่ได้วิเคราะห์ให้โดยอัตโนมัติว่ารายการใดควรลบ ผู้ใช้ยังต้องตรวจสอบผู้เผยแพร่ ตำแหน่งไฟล์ ลายเซ็นดิจิทัล และหน้าที่ของรายการนั้น
3. Autoruns ต่างจาก Startup ใน Task Manager อย่างไร
Task Manager แสดงโปรแกรม Startup ที่ผู้ใช้ทั่วไปต้องจัดการบ่อย ส่วน Autoruns แสดงตำแหน่งเริ่มต้นระบบจำนวนมากกว่า
| ความสามารถ | Task Manager | Autoruns |
|---|---|---|
| ดูโปรแกรมเปิดพร้อมบัญชีผู้ใช้ | มี | มี |
| แสดง Startup Impact | มี | ไม่ได้เน้นข้อมูลนี้ |
| ดู Scheduled Tasks | ไม่ครบ | มี |
| ดู Windows Services | แยกอีกหน้าหนึ่ง | มี |
| ดู Drivers | ไม่มี | มี |
| ดู Explorer Extensions | ไม่มี | มี |
| ดู Winlogon Entries | ไม่มี | มี |
| ดู Office Add-ins | ไม่มี | มี |
| ตรวจสอบ Digital Signature | จำกัด | มี |
| เชื่อมต่อ VirusTotal | ไม่มี | รองรับ |
| เปิดตำแหน่ง Registry | ไม่สะดวก | ทำได้ |
| ลบรายการ Autostart | จำกัด | ทำได้ แต่ต้องระวัง |
| ซ่อนรายการของ Microsoft | ไม่มี | มี |
หากต้องการปิดโปรแกรมแชตหรือโปรแกรมทั่วไปที่เปิดพร้อมเครื่อง Task Manager อาจเพียงพอ แต่หากหารายการไม่พบ Autoruns จะช่วยตรวจสอบได้ลึกกว่า
4. Autoruns ปลอดภัยหรือไม่
Autoruns ที่ดาวน์โหลดจาก Microsoft Sysinternals เป็นเครื่องมือที่น่าเชื่อถือและไม่จำเป็นต้องติดตั้งแบบโปรแกรมทั่วไป
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่ทำผ่าน Autoruns อาจกระทบระบบ เช่น
- Driver ไม่โหลด
- อุปกรณ์บางชนิดใช้งานไม่ได้
- Antivirus ไม่เริ่มทำงาน
- โปรแกรมสำรองข้อมูลหยุดทำงาน
- File Explorer แสดงเมนูไม่ครบ
- ผู้ใช้เข้าสู่ระบบไม่ได้ตามปกติ
- โปรแกรมองค์กรเชื่อมต่อระบบไม่ได้
- Windows บางฟังก์ชันทำงานผิดปกติ
ความเสี่ยงไม่ได้เกิดจากการเปิด Autoruns แต่เกิดจากการปิดหรือลบรายการสำคัญโดยยังไม่ตรวจสอบ
5. วิธีดาวน์โหลด Autoruns อย่างปลอดภัย
ควรดาวน์โหลด Autoruns จากหน้า Microsoft Sysinternals โดยตรง แล้วดำเนินการดังนี้
- ดาวน์โหลดไฟล์ ZIP
- คลิกขวาที่ไฟล์
- เลือก Extract All
- เลือกโฟลเดอร์ปลายทาง
- คลิก Extract
- เปิดโฟลเดอร์ที่แตกไฟล์
- ตรวจสอบ Digital Signature ของไฟล์
- สแกนด้วย Microsoft Defender
- เปิดไฟล์ที่ตรงกับสถาปัตยกรรมของ Windows
สามารถจัดเก็บไว้ในตำแหน่งถาวร เช่น
C:\Tools\Autoruns
หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดจากเว็บไซต์รวมโปรแกรม เพราะไฟล์อาจเป็นเวอร์ชันเก่า ถูกแก้ไข หรือบรรจุโปรแกรมอื่นเพิ่มเติม
6. วิธีเปิด Autoruns บน Windows 10
เปิดแบบผู้ใช้ทั่วไป
ดับเบิลคลิกไฟล์ Autoruns เพื่อดูรายการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้ปัจจุบัน
เปิดแบบ Administrator
- คลิกขวาที่ไฟล์ Autoruns
- เลือก Run as administrator
- กด Yes
- ยอมรับข้อตกลงการใช้งานเมื่อเปิดครั้งแรก
- รอให้โปรแกรมสแกนรายการจนเสร็จ
การเปิดแบบ Administrator ช่วยให้เห็นและจัดการตำแหน่งระดับระบบได้ครบขึ้น แต่ก็เพิ่มขอบเขตของการเปลี่ยนแปลง จึงต้องตรวจสอบก่อนปิดแต่ละรายการ
7. Autoruns และ Autorunsc ต่างกันอย่างไร
ไฟล์ดาวน์โหลดอาจมีเครื่องมือสองรูปแบบหลัก
| เครื่องมือ | รูปแบบการใช้งาน |
|---|---|
| Autoruns | มีหน้าจอกราฟิก เหมาะกับการตรวจสอบด้วยตนเอง |
| Autorunsc | ใช้งานผ่าน Command Prompt เหมาะกับ Script และรายงาน |
ผู้ใช้ทั่วไปควรเริ่มจาก Autoruns เพราะมองเห็นแท็บ สี ผู้เผยแพร่ และตำแหน่งรายการได้ง่ายกว่า
Autorunsc เหมาะกับผู้ดูแลระบบที่ต้องเก็บข้อมูลจากหลายเครื่องหรือสร้างกระบวนการตรวจสอบอัตโนมัติ โดยควรอ่าน Help ของคำสั่งก่อนใช้
8. ทำความเข้าใจหน้าจอหลักของ Autoruns
แต่ละแถวใน Autoruns แทนรายการที่สามารถเริ่มทำงานอัตโนมัติได้ โดยมีข้อมูลสำคัญ เช่น
| คอลัมน์ | ความหมาย |
|---|---|
| Autorun Entry | ชื่อรายการเริ่มต้น |
| Description | คำอธิบายไฟล์ |
| Publisher | ผู้เผยแพร่ |
| Image Path | ตำแหน่งไฟล์ที่ถูกเรียก |
| Timestamp | วันเวลาของไฟล์หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง |
| VirusTotal | ผลตรวจสอบจากระบบภายนอกเมื่อเปิดใช้ |
| Entry Location | ตำแหน่ง Registry, Task หรือส่วนระบบ |
ช่องทำเครื่องหมายด้านหน้ารายการใช้เปิดหรือปิดการทำงานอัตโนมัติ
- มีเครื่องหมายถูก หมายถึงรายการเปิดใช้งานอยู่
- ไม่มีเครื่องหมายถูก หมายถึงรายการถูกปิดผ่าน Autoruns
การเอาเครื่องหมายถูกออกไม่ได้ถอนการติดตั้งโปรแกรม
9. ความหมายของสีใน Autoruns
Autoruns ใช้สีช่วยระบุสถานะบางประเภท โดยสีและความหมายอาจเปลี่ยนตามเวอร์ชันหรือการตั้งค่า
ตัวอย่างสถานะที่มักถูกเน้น ได้แก่
- รายการที่ไฟล์เป้าหมายหาไม่พบ
- รายการที่ไม่มีข้อมูล Publisher
- รายการที่ยังไม่ได้ตรวจสอบลายเซ็น
- รายการที่ปิดใช้งาน
- รายการที่เชื่อมโยงกับตำแหน่งผิดปกติ
- รายการที่มีผลตรวจสอบจาก VirusTotal
สีเป็นเพียงเครื่องช่วยสังเกต ไม่ใช่ผลตัดสินว่าเป็นไวรัสหรือควรถูกลบ
ควรตรวจสอบความหมายของสีจากเมนู Options หรือ Help ของเวอร์ชันที่กำลังใช้งาน
10. แท็บ Everything คืออะไร
แท็บ Everything รวมรายการ Autostart จากแท็บเกือบทั้งหมดไว้ในหน้าเดียว เหมาะสำหรับค้นหาชื่อโปรแกรมหรือไฟล์อย่างรวดเร็ว
ข้อดีคือมองเห็นข้อมูลทั้งหมด แต่มีรายการจำนวนมากและอาจทำให้มือใหม่สับสน
แนวทางใช้งานที่เหมาะสมคือ
- เปิดแท็บ Everything
- ใช้ช่อง Filter ค้นหาชื่อโปรแกรม
- ตรวจสอบว่าพบรายการในหมวดใด
- เปลี่ยนไปยังแท็บนั้น
- ตรวจสอบรายละเอียดก่อนเปลี่ยนแปลง
ไม่ควรไล่ปิดรายการจากแท็บ Everything โดยไม่มีเป้าหมาย เพราะอาจปิดส่วนประกอบสำคัญโดยไม่รู้ว่ามาจากตำแหน่งใด
11. แท็บ Logon คืออะไร
แท็บ Logon แสดงโปรแกรมที่เริ่มทำงานเมื่อผู้ใช้เข้าสู่ Windows เป็นตำแหน่งที่พบโปรแกรมทั่วไปได้บ่อยที่สุด
ตัวอย่างรายการในแท็บนี้ ได้แก่
- โปรแกรมแชต
- Cloud Sync
- Game Launcher
- โปรแกรมอัปเดต
- Utility ของอุปกรณ์
- Clipboard Manager
- โปรแกรมจับภาพหน้าจอ
- โปรแกรมควบคุมเสียง
- Registry Run Entries
- Startup Folder
หากต้องการลดโปรแกรมเปิดพร้อมเครื่อง ควรเริ่มตรวจสอบจากแท็บ Logon ก่อน เพราะรายการส่วนใหญ่สัมพันธ์กับโปรแกรมที่ผู้ใช้ติดตั้งเอง
12. รายการใดใน Logon ที่พอปิดได้
รายการที่อาจพิจารณาปิดได้เมื่อไม่ต้องการให้เปิดอัตโนมัติ เช่น
- โปรแกรมแชตที่เปิดเองได้ภายหลัง
- Game Launcher
- โปรแกรมอัปเดตของแอปที่ไม่ได้ใช้บ่อย
- โปรแกรมช่วยดาวน์โหลด
- โปรแกรมจัดการอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องทำงานตลอด
- โปรแกรม Cloud ที่ไม่ได้ใช้ซิงก์
- Utility เพิ่มเติมที่ไม่มีผลต่อ Driver หลัก
ก่อนปิดควรตรวจสอบว่าโปรแกรมนั้นเกี่ยวข้องกับ
- Touchpad
- Keyboard Function Keys
- Audio Control
- Backup
- Antivirus
- Disk Encryption
- Password Manager
- VPN ขององค์กร
- Accessibility
หากเกี่ยวข้องกับฟังก์ชันเหล่านี้ ควรศึกษาหน้าที่ให้แน่ชัดก่อน
13. แท็บ Explorer คืออะไร
แท็บ Explorer แสดงส่วนประกอบที่เชื่อมต่อกับ File Explorer และ Windows Shell เช่น
- Context Menu Handler
- Shell Extension
- Icon Overlay
- Preview Handler
- Property Sheet
- Namespace Extension
- Toolbar Component
แท็บนี้มีประโยชน์เมื่อ
- คลิกขวาแล้วเมนูเปิดช้า
- File Explorer ค้าง
- Preview File ไม่ทำงาน
- มีเมนูคลิกขวาของโปรแกรมที่ถอนออกแล้ว
- ไอคอนสถานะของ Cloud ซ้อนผิดปกติ
ควรปิดเฉพาะส่วนเสริมของบุคคลที่สามที่สงสัย โดยไม่แตะรายการของ Microsoft หากยังไม่เข้าใจหน้าที่
14. แท็บ Internet Explorer คืออะไร
บนระบบที่ยังมีส่วนประกอบเดิม แท็บนี้อาจแสดง Browser Helper Objects, Toolbar และส่วนขยายที่เกี่ยวข้องกับ Internet Explorer
แม้ผู้ใช้ไม่ได้เปิด Internet Explorer โดยตรง ส่วนประกอบเก่าบางรายการอาจยังหลงเหลือจากโปรแกรมเดิม
หากพบรายการ ควรตรวจสอบ
- โปรแกรมเจ้าของรายการยังติดตั้งอยู่หรือไม่
- ไฟล์เป้าหมายยังมีอยู่หรือไม่
- Publisher เป็นใคร
- มี Digital Signature หรือไม่
- เป็นส่วนประกอบของระบบหรือซอฟต์แวร์องค์กรหรือไม่
ไม่ควรลบส่วนประกอบ Windows จาก Autoruns เพียงเพราะไม่ได้ใช้งาน Browser รุ่นเก่า
15. แท็บ Scheduled Tasks คืออะไร
แท็บ Scheduled Tasks แสดงงานที่ Task Scheduler เรียกโดยอัตโนมัติตามเวลา เหตุการณ์ หรือเงื่อนไขที่กำหนด
Scheduled Task อาจถูกใช้สำหรับ
- ตรวจสอบอัปเดต
- สำรองข้อมูล
- บำรุงรักษาระบบ
- เรียกโปรแกรมหลังเข้าสู่ระบบ
- เรียก Script
- ส่งข้อมูลวิเคราะห์
- ตรวจสอบ License
- เริ่มโปรแกรมเมื่อเครื่องว่าง
หาก Process ปิดแล้วเปิดกลับมา หรือมีหน้าต่างเด้งเป็นช่วงเวลา ควรตรวจสอบแท็บนี้
16. วิธีตรวจสอบ Scheduled Task ที่น่าสงสัย
พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ร่วมกัน
- ชื่องาน
- Publisher
- ตำแหน่งไฟล์
- Command Line
- Trigger
- เวลาที่สร้างหรือแก้ไข
- บัญชีที่ใช้รัน
- ระดับสิทธิ์
- Digital Signature
- โปรแกรมที่ติดตั้งในช่วงเวลาเดียวกัน
Scheduled Task ที่ชื่อสุ่มหรือเรียกไฟล์จากโฟลเดอร์ Temp ควรตรวจสอบเพิ่มเติม แต่ยังไม่ควรลบทันทีจนกว่าจะเก็บข้อมูลและสแกนไฟล์แล้ว
สามารถเปิดตำแหน่ง Task Scheduler เพื่อดู Trigger และ Action ฉบับเต็มก่อนตัดสินใจ
17. แท็บ Services คืออะไร
แท็บ Services แสดง Windows Service และ Service ของโปรแกรมอื่นที่ถูกตั้งค่าไว้ในระบบ
Service สามารถเริ่มทำงานก่อนผู้ใช้เข้าสู่ระบบและทำงานเบื้องหลังโดยไม่มีหน้าต่าง
ตัวอย่างงานของ Service ได้แก่
- ระบบเครือข่าย
- เสียง
- การพิมพ์
- Windows Update
- Antivirus
- Database
- Backup
- VPN
- Remote Management
- Hardware Utility
การปิด Service ผิดรายการอาจกระทบทั้งระบบ จึงไม่ควรใช้ Autoruns ไล่ปิด Service เพียงเพื่อลดการใช้ RAM
18. แท็บ Drivers คืออะไร
แท็บ Drivers แสดง Driver ที่ Windows สามารถโหลดระหว่างเริ่มระบบหรือระหว่างใช้งาน
Driver ทำหน้าที่เชื่อมระหว่าง Windows กับ
- การ์ดจอ
- Storage Controller
- Network Adapter
- Audio Device
- Keyboard และ Mouse
- Antivirus Filter
- Virtual Machine
- VPN
- Printer
- USB Device
การปิด Driver ผิดตัวอาจทำให้ Windows เปิดไม่ขึ้น อุปกรณ์หาย ระบบเครือข่ายใช้งานไม่ได้ หรือเกิดข้อผิดพลาดรุนแรง
ผู้ใช้ทั่วไปควรใช้ Device Manager หรือโปรแกรมถอนการติดตั้งของผู้ผลิตเพื่อจัดการ Driver แทนการปิดผ่าน Autoruns
19. แท็บ Winlogon คืออะไร
แท็บ Winlogon แสดงรายการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเข้าสู่ระบบ Windows เช่น Shell, Userinit และส่วนแจ้งเตือนบางประเภท
รายการในแท็บนี้มีความสำคัญสูง เพราะการตั้งค่าผิดอาจทำให้
- เข้าหน้า Desktop ไม่ได้
- หน้าจอว่างหลัง Log in
- Windows ออกจากระบบทันที
- Explorer ไม่เริ่มทำงาน
- ระบบรักษาความปลอดภัยบางส่วนผิดปกติ
ไม่ควรปิดหรือแก้รายการ Winlogon เว้นแต่มีข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน มีข้อมูลสำรอง และเข้าใจวิธีกู้คืนระบบ
20. แท็บ Boot Execute คืออะไร
Boot Execute แสดงโปรแกรมหรือส่วนประกอบที่ถูกเรียกในช่วงต้นของกระบวนการเปิด Windows ก่อนส่วนประกอบทั่วไปจำนวนมาก
ตัวอย่างที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่
- การตรวจสอบดิสก์
- โปรแกรมรักษาความปลอดภัย
- เครื่องมือระบบระดับต่ำ
- ส่วนประกอบบำรุงรักษา
รายการในหมวดนี้มีความสำคัญสูง ไม่ควรปิดเพียงเพราะชื่อไม่คุ้นเคย
หากสงสัยว่ารายการผิดปกติ ควรบันทึกข้อมูล สแกนระบบ และขอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนเปลี่ยนแปลง
21. แท็บ Image Hijacks คืออะไร
Image Hijacks แสดงการตั้งค่าที่สามารถเปลี่ยนวิธีเปิดโปรแกรม Executable บางตัว เช่น การกำหนด Debugger หรือการเปลี่ยนเส้นทางการทำงาน
ตำแหน่งเหล่านี้อาจถูกใช้โดย
- นักพัฒนา
- Debugger
- เครื่องมือทดสอบ
- ระบบความปลอดภัย
- Software Compatibility
- โปรแกรมไม่พึงประสงค์
หากพบรายการที่ไม่รู้จัก ควรตรวจสอบ Registry Location และโปรแกรมเจ้าของรายการอย่างละเอียด ไม่ควรลบทันที เพราะอาจเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Debug หรือซอฟต์แวร์องค์กร
22. แท็บ AppInit คืออะไร
AppInit แสดงส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับการโหลด DLL เข้า Process ตามกลไกบางประเภทของ Windows
กลไกนี้เคยถูกใช้โดยโปรแกรม เช่น
- Security Software
- Accessibility Tool
- Monitoring Software
- Application Compatibility
- โปรแกรมปรับแต่งหน้าต่าง
เนื่องจากมีผลกับหลาย Process รายการในหมวดนี้ควรได้รับการตรวจสอบอย่างระมัดระวัง โดยดู Signature, Publisher และ Path ร่วมกัน
23. แท็บ Known DLLs คืออะไร
Known DLLs เป็นรายการ Library สำคัญที่ Windows จัดการเป็นพิเศษเพื่อให้ระบบโหลดไฟล์จากตำแหน่งที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ
รายการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ Windows โดยตรง ผู้ใช้ทั่วไปไม่ควรปิดหรือลบ
หากสงสัยว่า DLL ระบบเสียหาย ควรใช้เครื่องมือตรวจสอบไฟล์ระบบ เช่น System File Checker หรือระบบซ่อมแซม Windows แทนการแก้รายการผ่าน Autoruns
24. แท็บ Office คืออะไร
แท็บ Office แสดง Add-in และส่วนประกอบที่เปิดพร้อมโปรแกรม Microsoft Office ตามสิ่งที่ตรวจพบในระบบ
มีประโยชน์เมื่อ
- Word เปิดช้า
- Excel ค้างตอนเริ่มโปรแกรม
- Outlook เปิดไม่ได้
- มี Toolbar หรือ Add-in ที่ไม่ต้องการ
- โปรแกรม Office ปิดตัวเอง
- Add-in เก่าไม่รองรับเวอร์ชันปัจจุบัน
ควรปิด Add-in ทีละรายการแล้วทดสอบใหม่ หากปิดหลายรายการพร้อมกันจะระบุต้นเหตุได้ยาก
25. วิธีซ่อนรายการของ Microsoft
Autoruns มีตัวเลือกซ่อนรายการของ Windows หรือ Microsoft เพื่อช่วยลดจำนวนรายการและเน้นโปรแกรมจากผู้พัฒนารายอื่น
แนวทางทั่วไปคือ
- เปิดเมนู Options
- เปิดตัวเลือกซ่อนรายการของ Microsoft หรือ Windows
- เปิดการตรวจสอบ Code Signature
- กด Refresh หรือสแกนใหม่
- ตรวจสอบรายการที่เหลือ
การซ่อนหมายถึงไม่แสดงบนหน้าจอชั่วคราว ไม่ได้ปิดหรือลบรายการ
แม้รายการที่เหลือจะไม่ใช่ของ Microsoft แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่จำเป็น เพราะอาจเป็น Driver, Antivirus, โปรแกรม Backup หรือ Utility ของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์
26. วิธีตรวจสอบ Digital Signature
Digital Signature ช่วยตรวจสอบว่าผู้เผยแพร่ไฟล์คือใคร และไฟล์ถูกเปลี่ยนแปลงหลังลงนามหรือไม่
สามารถเปิดการตรวจสอบได้จาก Options ที่เกี่ยวข้องกับ Code Signatures จากนั้น Refresh รายการ
ผลลัพธ์ที่ควรพิจารณา ได้แก่
- Publisher ได้รับการยืนยันหรือไม่
- ชื่อผู้เผยแพร่ตรงกับโปรแกรมหรือไม่
- ไฟล์มีลายเซ็นหรือไม่
- การตรวจสอบลายเซ็นล้มเหลวหรือไม่
- Path ของไฟล์ตรงกับตำแหน่งติดตั้งหรือไม่
ไฟล์ไม่มีลายเซ็นไม่ได้เป็นมัลแวร์เสมอไป และไฟล์มีลายเซ็นก็ไม่ได้หมายความว่าควรเปิดพร้อมระบบเสมอไป
27. VirusTotal ใน Autoruns คืออะไร
Autoruns สามารถตรวจสอบค่า Hash ของไฟล์ผ่าน VirusTotal และแสดงจำนวนระบบที่แจ้งเตือน
ผลอาจมีรูปแบบ เช่น
0/70
ตัวเลขด้านซ้ายคือจำนวนระบบที่ตรวจจับ ส่วนตัวเลขด้านขวาคือจำนวนระบบที่เข้าร่วมตรวจสอบในผลนั้น ซึ่งจำนวนอาจเปลี่ยนแปลงได้
ก่อนเปิดใช้ควรอ่านเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะตัวเลือกที่อาจส่งไฟล์ไม่รู้จักไปยังบริการภายนอก
ไม่ควรส่งไฟล์งานภายใน ไฟล์ลูกค้า หรือโปรแกรมเฉพาะขององค์กรโดยไม่ได้รับอนุญาต
28. วิธีอ่านผล VirusTotal อย่างถูกต้อง
ผลเป็นศูนย์
หมายความว่าไม่มีระบบในผลนั้นแจ้งเตือน ณ เวลาตรวจสอบ แต่ไม่ได้รับประกันว่าไฟล์ปลอดภัยแน่นอน
มีหนึ่งหรือสองระบบแจ้งเตือน
อาจเป็น False Positive โดยเฉพาะโปรแกรมเก่า เครื่องมือระบบ หรือโปรแกรมที่ใช้เทคนิคพิเศษ ต้องตรวจสอบชื่อการตรวจจับเพิ่มเติม
มีหลายระบบแจ้งเตือนตรงกัน
ควรหยุดใช้ไฟล์ ตรวจสอบแหล่งดาวน์โหลด สแกนระบบ และหลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์ซ้ำจนกว่าจะวิเคราะห์เสร็จ
ผล VirusTotal เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียวในการลบรายการ
29. วิธีปิดโปรแกรม Startup อย่างปลอดภัย
ขั้นตอนที่แนะนำคือ
- สร้าง Restore Point
- ปิดโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
- เปิด Autoruns แบบ Administrator
- เปิดแท็บ Logon
- ค้นหาชื่อโปรแกรม
- ตรวจสอบ Publisher
- ตรวจสอบ Image Path
- ตรวจสอบ Digital Signature
- คลิกขวาและเปิดตำแหน่งไฟล์หากจำเป็น
- เอาเครื่องหมายถูกออก
- รีสตาร์ต Windows
- ทดสอบโปรแกรมและอุปกรณ์
- เปิดรายการกลับหากเกิดปัญหา
ควรปิดครั้งละหนึ่งหรือสองรายการ เพื่อให้ทราบได้ว่ารายการใดทำให้เกิดผลกระทบ
30. Disable กับ Delete ต่างกันอย่างไร
| คำสั่ง | ผลลัพธ์ | การย้อนกลับ |
|---|---|---|
| Disable | ปิดรายการไว้ชั่วคราว | เปิดเครื่องหมายถูกกลับได้ |
| Delete | ลบข้อมูล Autostart จากตำแหน่งต้นทาง | อาจต้องสร้างใหม่หรือซ่อมโปรแกรม |
| Uninstall | ถอนโปรแกรมและส่วนประกอบตามตัวถอน | ติดตั้งโปรแกรมใหม่ได้ |
สำหรับการทดสอบ ควรเลือก Disable ก่อนเสมอ
ใช้ Delete เฉพาะเมื่อ
- ยืนยันว่ารายการไม่จำเป็น
- โปรแกรมเจ้าของรายการถูกถอนออกแล้ว
- มีข้อมูลสำรอง
- บันทึกตำแหน่งเดิมไว้
- เข้าใจวิธีสร้างรายการกลับคืน
- ไม่ใช่ส่วนประกอบระบบหรือ Driver
31. วิธีเปิดรายการที่ปิดไว้กลับคืน
หากปิดรายการแล้วเกิดปัญหา ให้ทำดังนี้
- เปิด Autoruns
- ไปยังแท็บเดิม
- ค้นหารายการที่ไม่มีเครื่องหมายถูก
- ตรวจสอบชื่อและ Path
- ใส่เครื่องหมายถูกกลับ
- รีสตาร์ต Windows หากรายการต้องโหลดตอนเปิดเครื่อง
- ทดสอบระบบอีกครั้ง
หาก Autoruns แสดงเฉพาะรายการเปิดใช้งานอยู่ ให้ตรวจสอบ Filter และ Options ว่าไม่ได้ซ่อนรายการ Disabled
32. วิธีหาโปรแกรมที่ทำให้ Windows เปิดช้า
Autoruns ช่วยค้นหารายการที่เปิดพร้อมระบบ แต่ไม่ได้แสดงเวลาบูตของแต่ละรายการอย่างละเอียดเหมือนเครื่องมือวิเคราะห์ Performance โดยตรง
แนวทางตรวจสอบคือ
- ดู Startup Impact ใน Task Manager
- เปิด Autoruns
- ซ่อนรายการของ Microsoft
- เริ่มจากแท็บ Logon
- ตรวจสอบ Updater และ Launcher
- ดู Scheduled Tasks ที่ทำงานตอน Logon
- ตรวจสอบ Services ของโปรแกรมที่ไม่ใช้
- ปิดรายการที่ยืนยันแล้วทีละรายการ
- รีสตาร์ตและจับเวลา
- บันทึกผลก่อนและหลัง
หากเครื่องช้าก่อนถึงหน้าเข้าสู่ระบบ ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ Driver, Storage, Windows Update หรือ Service มากกว่ารายการใน Logon
33. วิธีหาโปรแกรมที่เปิดหน้าต่าง CMD ตอนเปิดเครื่อง
หน้าต่าง Command Prompt ที่เด้งขึ้นแล้วหายไปอาจมาจาก
- Scheduled Task
- Registry Run Key
- Startup Script
- โปรแกรมอัปเดต
- Batch File
- PowerShell Script
- Login Script
- โปรแกรมที่ติดตั้งไม่สมบูรณ์
ให้ค้นหาคำที่เกี่ยวข้องใน Autoruns เช่น
cmd.exe
powershell.exe
.bat
.vbs
.ps1
จากนั้นตรวจสอบ Entry Location, Command Line และ Publisher ก่อนปิดรายการ
Script ขององค์กรอาจจำเป็นต่อการเชื่อมต่อเครือข่ายหรือตั้งค่าเครื่อง จึงไม่ควรปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต
34. วิธีหา Process ที่ปิดแล้วเปิดกลับมาเอง
หากปิด Process แล้วกลับมาทำงานอีก ให้ตรวจสอบตามลำดับ
- ดู Parent Process ด้วย Process Explorer
- ค้นหาชื่อไฟล์ใน Autoruns
- ตรวจสอบแท็บ Logon
- ตรวจสอบ Scheduled Tasks
- ตรวจสอบ Services
- ตรวจสอบ Explorer Extensions
- ดู Image Path และ Command Line
- ตรวจสอบ Publisher และ Signature
- ปิด Autostart ชั่วคราว
- รีสตาร์ตและทดสอบ
บางโปรแกรมมี Watchdog หรือ Service คอยเปิดโปรแกรมหลักใหม่ หากปิดเพียง Process จึงไม่สามารถหยุดได้ถาวร
35. รายการ File not found คืออะไร
Autoruns อาจแสดงรายการที่อ้างถึงไฟล์ซึ่งหาไม่พบ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- ถอนโปรแกรมไม่สมบูรณ์
- ไฟล์ถูก Antivirus กักกัน
- ย้ายโฟลเดอร์โปรแกรม
- อัปเดตโปรแกรมแล้ว Path เปลี่ยน
- External Drive ไม่ได้เชื่อมต่อ
- Network Path ไม่พร้อมใช้งาน
- Environment Variable ขยายค่าไม่ได้
- รายการเก่าจาก Driver หรือ Service
File not found ไม่ได้หมายความว่าลบได้ทุกกรณี เพราะไฟล์อาจอยู่บน Network, ถูกโหลดในช่วง Boot หรือใช้ Path ที่ Autoruns ตรวจสอบไม่ได้ในขณะนั้น
36. ควรลบรายการ File not found หรือไม่
ก่อนลบควรตรวจสอบว่า
- โปรแกรมเจ้าของรายการถูกถอนแล้ว
- ไม่มี Service หรือ Driver ใช้รายการนี้
- Path ไม่ได้อยู่บนอุปกรณ์ที่ถอดออก
- ไม่ใช่ไฟล์ Windows ที่กำลังซ่อมหรืออัปเดต
- ไม่ใช่รายการของซอฟต์แวร์องค์กร
- มี Restore Point หรือ Export ข้อมูลไว้
- ปิดรายการและทดสอบระบบแล้ว
ควร Disable ก่อน แล้วใช้งานเครื่องตามปกติระยะหนึ่ง หากไม่มีผลกระทบจึงพิจารณาลบรายการที่ยืนยันแล้ว
37. วิธีเปิดตำแหน่งไฟล์
คลิกขวาที่รายการแล้วเลือกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการเปิด Image Location เพื่อไปยังไฟล์เป้าหมาย
จากนั้นตรวจสอบ
- ชื่อไฟล์
- โฟลเดอร์
- Properties
- Digital Signatures
- Product Name
- File Version
- วันที่แก้ไข
- สิทธิ์ของไฟล์
ไม่ควรเปิดไฟล์ที่สงสัยซ้ำเพื่อทดลอง เพราะอาจทำให้โปรแกรมเริ่มทำงาน ควรสแกนไฟล์ก่อน
38. วิธีเปิดตำแหน่ง Registry หรือ Task
Autoruns สามารถนำผู้ใช้ไปยังตำแหน่งต้นทางของรายการ เช่น Registry Editor หรือ Task Scheduler
ก่อนแก้ไขโดยตรงควร
- จด Path เต็ม
- Export Registry Key
- Export Scheduled Task หากเหมาะสม
- ถ่ายภาพการตั้งค่า
- บันทึกชื่อไฟล์และ Command Line
- ใช้ Autoruns Disable ก่อน
- หลีกเลี่ยงการแก้หลายตำแหน่งพร้อมกัน
การเปิดตำแหน่งต้นทางมีประโยชน์สำหรับดู Trigger, Argument และรายละเอียดที่ Autoruns แสดงไม่ครบ
39. รายการใดไม่ควรปิดแบบสุ่ม
รายการที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- Windows Drivers
- Storage Driver
- Display Driver
- Network Driver
- Audio Driver
- Antivirus และ Endpoint Security
- Disk Encryption
- Backup Agent
- VPN ขององค์กร
- Touchpad และ Function Key Utility
- Credential Provider
- Winlogon
- Boot Execute
- Shell และ Userinit
- Hardware Monitoring ที่จำเป็น
- Remote Management ขององค์กร
- Accessibility Tool ที่ผู้ใช้ต้องใช้
ชื่อไม่คุ้นเคยไม่ได้หมายความว่าไม่จำเป็น ควรค้นหาความสัมพันธ์กับโปรแกรมและอุปกรณ์ก่อน
40. วิธีสำรองข้อมูลก่อนแก้ Autoruns
Autoruns ไม่ได้มีปุ่ม Undo สำหรับการลบทุกรูปแบบ จึงควรเตรียมการกู้คืนไว้ก่อน
สิ่งที่ควรทำ ได้แก่
- สร้าง Restore Point
- บันทึกไฟล์ผลลัพธ์ของ Autoruns
- ถ่ายภาพรายการเดิม
- Export Registry Key ที่เกี่ยวข้อง
- Export Scheduled Task
- จดรายการที่ปิดและวันที่
- สำรองไฟล์สำคัญ
- เตรียมบัญชี Administrator
- รู้วิธีเข้า Safe Mode
- เก็บไฟล์ Autoruns ไว้ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้
แนวทางของ comsiam คือปิดรายการทีละรายการและรีสตาร์ตทดสอบ แทนการปิดพร้อมกันจำนวนมาก เพราะย้อนหาต้นเหตุได้ง่ายกว่า
41. วิธีบันทึกผลจาก Autoruns
สามารถใช้เมนู Save เพื่อเก็บ Snapshot ของรายการตามรูปแบบที่โปรแกรมรองรับ แล้วเปิดเปรียบเทียบหรือนำไปตรวจสอบภายหลัง
ข้อมูลที่ควรบันทึกเพิ่มเติม ได้แก่
- วันที่และเวลา
- ชื่อคอมพิวเตอร์
- Windows Version
- ชื่อบัญชีที่ใช้สแกน
- เปิดแบบ Administrator หรือไม่
- Options ที่เปิดไว้
- รายการที่ Disable
- เหตุผลที่เปลี่ยนแปลง
- ผลหลังรีสตาร์ต
ก่อนส่งไฟล์ให้ผู้อื่น ควรตรวจสอบว่ามีชื่อผู้ใช้ Path ภายในองค์กร ชื่อ Server หรือข้อมูลส่วนตัวหรือไม่
42. Autoruns เปิดไม่ได้
ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้
- แตกไฟล์ ZIP แล้วหรือยัง
- ดาวน์โหลดจาก Microsoft หรือไม่
- Digital Signature ถูกต้องหรือไม่
- Microsoft Defender กักกันไฟล์หรือไม่
- ใช้ไฟล์ที่ตรงกับ Windows หรือไม่
- ทดลอง Run as administrator
-
ย้ายไฟล์ไปยัง Path สั้น เช่น
C:\Tools - ดาวน์โหลดไฟล์ใหม่
- ตรวจสอบ Event Viewer
- ตรวจสอบนโยบายขององค์กร
หากเป็นคอมพิวเตอร์โรงเรียนหรือองค์กร โปรแกรมอาจถูกบล็อกตามนโยบาย ไม่ควรพยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัด ควรติดต่อผู้ดูแลระบบ
43. Autoruns สแกนนานหรือค้าง
Autoruns อาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นเมื่อ
- มีรายการ Autostart จำนวนมาก
- เปิด Verify Code Signatures
- เปิด VirusTotal
- ดิสก์ทำงานช้า
- Network Path ไม่ตอบสนอง
- Antivirus กำลังสแกน
- มีไฟล์บน External Drive
- Registry มีรายการจำนวนมาก
ควรรอให้การสแกนเสร็จ ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็น และตรวจสอบสุขภาพดิสก์หากทุกเครื่องมือทำงานช้าผิดปกติ
44. ปิดรายการแล้วโปรแกรมยังเปิดเอง
สาเหตุอาจเป็นเพราะโปรแกรมมีจุดเริ่มต้นมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง เช่น
- มีทั้ง Logon Entry และ Service
- มี Scheduled Task คอยเรียก
- โปรแกรมหลักเปิด Process ย่อย
- Browser Extension เปิดส่วนประกอบ
- โปรแกรมสร้างรายการกลับมาใหม่
- Group Policy กำหนดให้ทำงาน
- Management Agent ขององค์กรติดตั้งกลับ
- มีผู้ใช้หลายบัญชีและปิดผิดบัญชี
ให้ค้นหาชื่อโปรแกรม ชื่อไฟล์ และชื่อบริษัทในแท็บ Everything แล้วตรวจสอบทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง
45. ปิดรายการแล้ว Windows มีปัญหา
หากยังเข้า Windows ได้ ให้เปิด Autoruns แล้วใส่เครื่องหมายถูกกลับในรายการล่าสุดที่ปิด
หากเข้า Windows ตามปกติไม่ได้ อาจต้องใช้
- Safe Mode
- System Restore
- Startup Repair
- บัญชี Administrator อื่น
- Recovery Environment
- การคืนค่า Registry หรือ Task ที่สำรองไว้
ไม่ควรแก้รายการเพิ่มเติมหลายจุดระหว่างที่ยังไม่ทราบว่ารายการใดเป็นต้นเหตุ เพราะอาจทำให้การกู้คืนซับซ้อนขึ้น
46. Autoruns ลบมัลแวร์ได้หรือไม่
Autoruns ช่วยค้นหาตำแหน่งที่โปรแกรมตั้งค่าให้เริ่มอัตโนมัติ แต่ไม่ใช่ระบบกำจัดมัลแวร์แบบครบวงจร
ภัยคุกคามอาจมี
- Process หลายตัว
- Service
- Driver
- Scheduled Task
- Browser Extension
- ไฟล์สำรองสำหรับสร้างตัวเองใหม่
- การตั้งค่า Registry หลายตำแหน่ง
- กลไกที่ Autoruns ไม่ได้แสดงทุกกรณี
หากสงสัยว่าติดมัลแวร์ ควรตัดการเชื่อมต่อที่ไม่จำเป็น สำรองเฉพาะข้อมูลสำคัญ และสแกนด้วย Microsoft Defender หรือระบบรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้
47. เทคนิคตรวจสอบรายการโดยไม่ทำให้ระบบเสีย
ใช้หลักตรวจสอบห้าจุดก่อน Disable:
1. Entry
ชื่อรายการสอดคล้องกับโปรแกรมใด
2. Publisher
มีผู้เผยแพร่หรือไม่ และชื่อตรงกับโปรแกรมหรือไม่
3. Path
ไฟล์อยู่ในโฟลเดอร์ที่เหมาะสมหรือไม่
4. Signature
ลายเซ็นตรวจสอบผ่านหรือไม่
5. Purpose
รายการนี้ทำหน้าที่อะไร และจะเกิดอะไรขึ้นหากไม่เปิดอัตโนมัติ
หากยังตอบข้อใดไม่ได้ ให้เก็บรายการไว้ก่อนและตรวจสอบเพิ่มเติม
48. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Autoruns
Autoruns ฟรีหรือไม่
Autoruns เป็นเครื่องมือในชุด Microsoft Sysinternals สามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ตามเงื่อนไขของ Microsoft
Autoruns ต้องติดตั้งหรือไม่
โดยทั่วไปแตกไฟล์ ZIP แล้วเปิดใช้งานได้ทันที
Autoruns ใช้แทน Task Manager ได้หรือไม่
Autoruns เหมาะกับการตรวจสอบตำแหน่ง Autostart ส่วน Task Manager เหมาะกับการดูและปิด Process ที่กำลังทำงาน ทั้งสองเครื่องมือมีหน้าที่ต่างกัน
เอาเครื่องหมายถูกออกแล้วโปรแกรมถูกลบหรือไม่
ไม่ถูกลบ โปรแกรมยังอยู่ในเครื่อง เพียงไม่ถูกเรียกผ่านรายการ Autostart นั้น
ปิด Startup แล้วเปิดโปรแกรมเองได้หรือไม่
โดยทั่วไปเปิดได้ตามปกติจาก Start Menu หรือ Shortcut เว้นแต่รายการที่ปิดเป็น Service หรือส่วนประกอบที่โปรแกรมจำเป็นต้องใช้
รายการสีเหลืองลบได้ทั้งหมดหรือไม่
ไม่ได้ สีอาจสื่อว่าไม่พบไฟล์หรือมีสถานะบางอย่าง แต่ต้องตรวจสอบสาเหตุก่อนลบ
รายการไม่มี Publisher เป็นไวรัสหรือไม่
ไม่จำเป็น โปรแกรมปกติบางรายการไม่มีข้อมูล Publisher ต้องตรวจสอบ Path, Signature และพฤติกรรมร่วมกัน
VirusTotal แสดง 0 หมายถึงปลอดภัยแน่นอนหรือไม่
ไม่ใช่ หมายถึงไม่มีระบบในผลนั้นตรวจจับ ณ เวลาตรวจสอบเท่านั้น
ควรปิด Service ผ่าน Autoruns หรือ Services.msc
หากต้องจัดการ Service ทั่วไป Services.msc จะแสดงสถานะและ Startup Type ชัดกว่า ส่วน Autoruns เหมาะกับการตรวจสอบภาพรวม Autostart
ทำไม Disable แล้วรายการกลับมาเปิดอีก
โปรแกรมอาจซ่อมหรือสร้างรายการใหม่ มี Updater ควบคุมอยู่ หรือระบบองค์กรกำหนดค่ากลับมา
Autoruns ใช้ใน Safe Mode ได้หรือไม่
สามารถใช้งานได้ในหลายกรณี หาก Windows และสิทธิ์อนุญาต เหมาะสำหรับเปิดรายการที่ปิดผิดกลับคืนหรือวิเคราะห์ Startup ที่รบกวนการใช้งานปกติ
มือใหม่ควรเริ่มจากแท็บใด
ควรเริ่มจาก Logon และ Scheduled Tasks แล้วเปิดตัวเลือกซ่อนรายการของ Microsoft เพื่อลดความซับซ้อน หลีกเลี่ยง Drivers, Winlogon และ Boot Execute
49. สรุปวิธีใช้ Autoruns บน Windows 10
Autoruns เป็นเครื่องมือจาก Microsoft Sysinternals ที่ช่วยตรวจสอบโปรแกรมและส่วนประกอบซึ่งเปิดอัตโนมัติพร้อม Windows ได้ละเอียดกว่า Task Manager ครอบคลุมทั้ง Logon, Scheduled Tasks, Services, Drivers, Explorer Extensions และตำแหน่งระบบขั้นสูง
หาก Windows เปิดช้า มีโปรแกรมเด้งขึ้นมา หรือ Process ปิดแล้วกลับมาเอง ควรเริ่มจากซ่อนรายการของ Microsoft ตรวจสอบแท็บ Logon และ Scheduled Tasks แล้วพิจารณา Publisher, Image Path, Digital Signature และหน้าที่ของรายการร่วมกัน
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ Disable ด้วยการเอาเครื่องหมายถูกออกก่อน รีสตาร์ตและทดสอบระบบ จากนั้นเปิดกลับทันทีหากพบปัญหา ไม่ควรใช้ Delete กับ Driver, Service หรือส่วนประกอบระบบโดยยังไม่เข้าใจผลกระทบ สำหรับมือใหม่ comsiam แนะนำให้สร้าง Restore Point และบันทึกรายการเดิมทุกครั้งก่อนปรับแต่ง Autoruns