Anti-Cheat Error ใน Windows 10 แก้เกมเปิดไม่ได้และระบบป้องกันโกงไม่ทำงาน

 Anti-Cheat Error ใน Windows 10 มักเกิดจากบริการป้องกันโกงไม่ทำงาน ไฟล์ Anti-Cheat เสีย โปรแกรม Overlay ขัดแย้ง หรือ Antivirus บล็อกไฟล์ที่เกมต้องใช้ วิธีแก้เบื้องต้นคือรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบไฟล์เกม แล้วใช้ตัวติดตั้งภายในโฟลเดอร์เกมเพื่อ Repair หรือ Install ระบบ Anti-Cheat ใหม่

ไม่ควรดาวน์โหลดไฟล์ Anti-Cheat จากเว็บไซต์ทั่วไป ไม่ควรใช้โปรแกรม Bypass และไม่ควรปิดระบบรักษาความปลอดภัยถาวร เพราะอาจทำให้บัญชีเกมและคอมพิวเตอร์มีความเสี่ยง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

สารบัญ

1️⃣ Anti-Cheat Error คืออะไร
2️⃣ ตรวจชื่อ Anti-Cheat และรหัส Error
3️⃣ รีสตาร์ตเกมและบริการ Anti-Cheat
4️⃣ Verify และ Repair ไฟล์เกม
5️⃣ ติดตั้ง Anti-Cheat ใหม่
6️⃣ เปิดเกมด้วยสิทธิ์ที่ถูกต้อง
7️⃣ ปิดโปรแกรมที่ขัดแย้งกับ Anti-Cheat
8️⃣ ตรวจ Firewall และ Antivirus
9️⃣ อัปเดตและซ่อม Windows 10
🔟 คำถามที่พบบ่อยและบทสรุป

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

1️⃣ Anti-Cheat Error คืออะไร

Anti-Cheat คือระบบที่ผู้พัฒนาเกมใช้ตรวจสอบโปรแกรมหรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมระหว่างเล่นเกมออนไลน์ ระบบอาจทำงานในรูปแบบโปรแกรม บริการเบื้องหลัง หรือไดรเวอร์ของ Windows

ระบบ Anti-Cheat ที่พบบ่อย

  • Easy Anti-Cheat
  • BattlEye
  • Riot Vanguard
  • EA AntiCheat
  • FACEIT Anti-cheat
  • ระบบป้องกันโกงที่ผู้พัฒนาเกมสร้างเอง

แต่ละเกมอาจใช้ระบบต่างกัน จึงไม่ควรนำไฟล์ Anti-Cheat จากเกมหนึ่งไปวางทับอีกเกมหนึ่ง

อาการ Anti-Cheat Error ที่พบบ่อย

  • เกมเปิดแล้วปิดทันที
  • Launcher เปิดได้แต่เข้าเกมไม่ได้
  • ขึ้นข้อความ Anti-Cheat not installed
  • ขึ้น Anti-Cheat service is not running
  • ขึ้น Failed to initialize Anti-Cheat
  • ขึ้น Untrusted system file
  • ขึ้น Security Violation Detected
  • ขึ้น Failed to start service
  • ขึ้น Driver load error
  • ขึ้น Access Denied
  • เกมตัดการเชื่อมต่อระหว่างเล่น
  • ค้างอยู่ที่หน้าเริ่มต้นของ Anti-Cheat
  • แจ้งว่ามีไฟล์ถูกบล็อก
  • ระบบขอให้รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์ซ้ำ

สาเหตุสำคัญ

  • บริการ Anti-Cheat หยุดทำงาน
  • ไฟล์ Anti-Cheat เสียหรือไม่ครบ
  • การอัปเดตเกมไม่สมบูรณ์
  • โปรแกรมรักษาความปลอดภัยบล็อกไฟล์
  • โปรแกรม Overlay หรือ Monitoring ขัดแย้ง
  • ไฟล์ระบบ Windows ถูกแก้ไขหรือเสียหาย
  • เกมกับ Anti-Cheat ใช้สิทธิ์ต่างกัน
  • ไดรเวอร์บางตัวเก่าหรือไม่ผ่านการตรวจสอบ
  • Windows 10 ไม่เป็นปัจจุบันตามที่เกมกำหนด
  • เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ Anti-Cheat ไม่ได้

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

2️⃣ ตรวจชื่อ Anti-Cheat และรหัส Error

ก่อนแก้ไขต้องทราบว่าเกมใช้ Anti-Cheat ตัวใด เพราะชื่อบริการ ตำแหน่งตัวติดตั้ง และวิธี Repair แตกต่างกัน

วิธีตรวจจากข้อความ Error

อ่านข้อความที่แสดงและจดข้อมูลต่อไปนี้

  • ชื่อ Anti-Cheat
  • รหัส Error
  • ชื่อไฟล์ที่ถูกบล็อก
  • ชื่อ Service
  • เวลาที่เกิดปัญหา
  • เกิดก่อนหรือหลังเข้าเกม
  • เกิดกับทุกเกมหรือเกมเดียว

ถ้ามีข้อความ Untrusted system file หรือ Blocked loading of file ให้จดตำแหน่งไฟล์เต็มไว้ ไม่ควรรีบลบไฟล์ทันที เพราะอาจเป็นไฟล์ระบบหรือไฟล์ของโปรแกรมอื่น

ตรวจจากโฟลเดอร์เกม

เปิดโฟลเดอร์ที่ติดตั้งเกมแล้วมองหาโฟลเดอร์ เช่น

EasyAntiCheat
BattlEye
AntiCheat
Installer

ชื่อโฟลเดอร์อาจแตกต่างตามเกมและ Launcher

ตรวจบริการใน Windows 10

  1. กด Windows + R
  2. พิมพ์คำสั่งนี้
services.msc
  1. กด Enter
  2. มองหาบริการที่เกี่ยวข้องกับเกม เช่น
    • Easy Anti-Cheat
    • BattlEye Service
    • vgc
    • EA AntiCheat Service
  3. ตรวจสถานะของบริการ
  4. อย่าเปลี่ยน Startup type แบบสุ่มหากไม่ทราบข้อกำหนดของเกม

บริการ Anti-Cheat บางตัวจะเริ่มทำงานเฉพาะเมื่อเปิดเกม การเห็นสถานะ Stopped ขณะที่ไม่ได้เปิดเกมจึงอาจเป็นเรื่องปกติ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

3️⃣ รีสตาร์ตเกมและบริการ Anti-Cheat

Anti-Cheat อาจค้างหลังเกมปิดผิดปกติหรือหลัง Windows ตื่นจาก Sleep การรีสตาร์ตแบบปกติช่วยโหลดบริการและไดรเวอร์ใหม่

ปิดเกมและ Launcher ให้หมด

  1. กด Ctrl + Shift + Esc
  2. เปิดแท็บ Processes
  3. ปิดเกมที่มีปัญหา
  4. ปิด Launcher ของเกม
  5. ปิดกระบวนการ Anti-Cheat ที่ค้าง
  6. รอประมาณ 10 วินาที
  7. เปิด Launcher แล้วทดลองใหม่

ไม่ควรปิดบริการ Anti-Cheat ระหว่างกำลังเล่น เพราะเกมอาจตัดการเชื่อมต่อหรือปิดตัวเอง

รีสตาร์ต Windows 10

เลือก Start > Power > Restart ไม่ควรใช้เพียง Shut down แล้วเปิดใหม่ในบางกรณี เพราะ Fast Startup อาจเก็บสถานะของไดรเวอร์ไว้บางส่วน

การ Restart จะโหลด

  • Windows Services
  • ไดรเวอร์ Anti-Cheat
  • ไดรเวอร์การ์ดจอ
  • ระบบเครือข่าย
  • ไฟล์ของ Launcher

ปิด Fast Startup เพื่อทดสอบ

หาก Anti-Cheat ทำงานหลัง Restart แต่ไม่ทำงานหลัง Shut down แล้วเปิดเครื่อง ให้ทดลองปิด Fast Startup

  1. เปิด Control Panel
  2. เลือก Power Options
  3. คลิก Choose what the power buttons do
  4. เลือก Change settings that are currently unavailable
  5. เอาเครื่องหมายออกจาก Turn on fast startup
  6. บันทึกการตั้งค่า
  7. ปิดแล้วเปิดเครื่องเพื่อทดสอบ

หากไม่ช่วยสามารถเปิด Fast Startup กลับได้

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

4️⃣ Verify และ Repair ไฟล์เกม

ไฟล์ Anti-Cheat มักถูกติดตั้งอยู่กับเกม หากไฟล์หายหรือเสีย การตรวจสอบไฟล์ผ่าน Launcher จะดาวน์โหลดส่วนที่ถูกต้องกลับมา

Steam

  1. เปิด Steam
  2. เข้า Library
  3. คลิกขวาเกม
  4. เลือก Properties
  5. เปิด Installed Files
  6. คลิก Verify integrity of game files
  7. รอจนตรวจสอบเสร็จ
  8. รีสตาร์ต Steam

Epic Games Launcher

  1. เปิด Epic Games Launcher
  2. เข้า Library
  3. คลิกจุดสามจุดของเกม
  4. เลือก Manage
  5. คลิก Verify
  6. รอจนเสร็จ
  7. เปิดเกมใหม่

EA App

  1. เปิด EA App
  2. เลือก Library
  3. เปิดเมนูของเกม
  4. เลือก Repair
  5. รอให้ตรวจไฟล์
  6. รีสตาร์ต EA App

Battle.net

  1. เปิด Battle.net
  2. เลือกเกม
  3. คลิกไอคอนรูปเฟือง
  4. เลือก Scan and Repair
  5. คลิก Begin Scan
  6. รอจนเสร็จ

BattlEye ระบุว่าไฟล์ Client และ Server รุ่นล่าสุดจะมากับตัวเกม ผู้ใช้จึงควรตรวจว่าเกมติดตั้งสมบูรณ์และเป็นเวอร์ชันล่าสุด เช่น การ Verify Game Cache ผ่าน Steam ตามข้อมูลจาก BattlEye Downloads

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

5️⃣ ติดตั้ง Anti-Cheat ใหม่

หาก Verify แล้วเกมยังแจ้งว่า Anti-Cheat ไม่ได้ติดตั้ง ให้ใช้ตัวติดตั้งที่มากับเกม ไม่ควรดาวน์โหลดตัวติดตั้งจากเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง

วิธีค้นหาตัวติดตั้ง Anti-Cheat

  1. เปิด Launcher
  2. คลิกขวาเกมหรือเปิด Manage
  3. เลือก Browse local files
  4. มองหาโฟลเดอร์ Anti-Cheat
  5. หาไฟล์ Setup หรือ Installer
  6. คลิกขวาแล้วเลือก Run as administrator
  7. เลือกเกมที่ถูกต้อง
  8. เลือก Repair Service หรือ Install
  9. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์

ชื่อปุ่มอาจเป็น

  • Repair
  • Repair Service
  • Install
  • Reinstall
  • Uninstall แล้ว Install ใหม่

ถ้าไม่มีปุ่ม Repair

ให้ถอน Anti-Cheat ผ่านตัวติดตั้งเดิม แล้วเปิด Launcher เพื่อ Verify ไฟล์เกม ระบบจะดาวน์โหลดและติดตั้งส่วนประกอบกลับมา

อย่าคัดลอก Anti-Cheat จากเกมอื่น

แม้เกมสองเกมจะใช้ Anti-Cheat ชื่อเดียวกัน แต่ไฟล์และการตั้งค่าอาจเป็นคนละเวอร์ชัน การคัดลอกไฟล์ข้ามเกมอาจทำให้ Signature ไม่ตรงและเกิด Error เพิ่มขึ้น

หลีกเลี่ยงโปรแกรม Bypass

ไม่ควรใช้โปรแกรมที่อ้างว่าสามารถข้าม ปิด หรือปลอมแปลง Anti-Cheat เพราะอาจทำให้

  • บัญชีเกมถูกลงโทษ
  • ไฟล์เกมเสีย
  • ระบบรักษาความปลอดภัยอ่อนแอลง
  • ติดตั้งโปรแกรมไม่ปลอดภัย
  • เกมอัปเดตไม่ได้

การซ่อมต้องใช้ไฟล์จาก Launcher และผู้พัฒนาเกมเท่านั้น

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

6️⃣ เปิดเกมด้วยสิทธิ์ที่ถูกต้อง

สิทธิ์ไม่ตรงกันระหว่าง Launcher เกม และ Anti-Cheat อาจทำให้บริการเริ่มไม่ได้หรือไม่สามารถตรวจสอบกระบวนการเกม

เปิด Launcher ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบเพื่อทดสอบ

  1. ปิดเกมและ Launcher
  2. คลิกขวาทางลัด Launcher
  3. เลือก Run as administrator
  4. กด Yes
  5. เปิดเกมจาก Launcher

ถ้าวิธีนี้ช่วยได้ ให้ตรวจสิทธิ์โฟลเดอร์เกมและ Antivirus เพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องตั้งทุกโปรแกรมให้ทำงานเป็น Administrator ถาวร

ปิด Compatibility Mode

  1. คลิกขวาไฟล์เกมหรือ Launcher
  2. เลือก Properties
  3. เปิดแท็บ Compatibility
  4. เอาเครื่องหมายออกจาก Compatibility Mode
  5. คลิก Apply
  6. กด OK

ควรตรวจทั้ง Launcher และไฟล์เกม เพราะการตั้งให้โปรแกรมหนึ่งจำลอง Windows รุ่นเก่า แต่อีกโปรแกรมทำงานแบบปกติ อาจทำให้ Anti-Cheat ตรวจสอบไม่ได้

ตรวจบัญชีผู้ใช้ Windows

ชื่อบัญชีหรือโฟลเดอร์ผู้ใช้ที่มีปัญหาด้านสิทธิ์อาจทำให้ตัวติดตั้งเขียนไฟล์ไม่ได้ สามารถสร้างบัญชี Local แบบ Administrator ชั่วคราวเพื่อทดสอบ หากบัญชีใหม่เล่นได้ ปัญหาอาจอยู่ที่สิทธิ์ของโปรไฟล์เดิม

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

7️⃣ ปิดโปรแกรมที่ขัดแย้งกับ Anti-Cheat

Anti-Cheat อาจบล็อกโปรแกรมที่ Hook เข้าเกม ปรับแต่งหน่วยความจำ หรือแก้ไขไฟล์ แม้โปรแกรมบางตัวจะไม่ได้ใช้เพื่อโกงก็ตาม

โปรแกรมที่ควรปิดเพื่อทดสอบ

  • โปรแกรม Overlay
  • โปรแกรมแสดง FPS
  • โปรแกรม Macro
  • โปรแกรมปรับแต่งเกม
  • โปรแกรม Monitoring รุ่นเก่า
  • โปรแกรมจับภาพหน้าจอ
  • โปรแกรมควบคุม RGB รุ่นเก่า
  • โปรแกรม Debug
  • โปรแกรม Virtualization บางประเภท
  • Launcher ที่ถูกดัดแปลง
  • Mod ที่ไม่ได้รับอนุญาต

ควรปิดทีละโปรแกรมแล้วเปิดเกมใหม่ เพื่อระบุได้ว่าตัวใดขัดแย้ง

คืนค่าการ Overclock

Anti-Cheat Error บางครั้งเกิดพร้อมกับเกมปิดตัวเองจากระบบไม่เสถียร ให้คืนค่า CPU, GPU และ RAM กลับเป็นค่ามาตรฐานแล้วทดสอบใหม่

ถอด Mod ออกจากเกมออนไลน์

เกมออนไลน์บางเกมไม่อนุญาตให้ใช้ Mod แม้เป็นการปรับภาพหรือหน้าตา หากเกิด Error หลังติดตั้ง Mod ให้คืนไฟล์เกมเป็นค่าเดิมด้วย Verify

ใช้ Clean Boot เพื่อค้นหาโปรแกรมที่ชนกัน

  1. กด Windows + R
  2. พิมพ์ msconfig
  3. กด Enter
  4. เปิดแท็บ Services
  5. ทำเครื่องหมาย Hide all Microsoft services
  6. คลิก Disable all
  7. เปิด Startup ผ่าน Task Manager
  8. ปิดโปรแกรม Startup ที่ไม่จำเป็น
  9. รีสตาร์ตเครื่อง
  10. ทดสอบเกม

หลังทดสอบให้เปิดบริการและโปรแกรมที่จำเป็นกลับตามเดิม

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

8️⃣ ตรวจ Firewall และ Antivirus

Antivirus อาจกักไฟล์ Anti-Cheat หรือป้องกันไม่ให้บริการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ แต่ไม่ควรปิดระบบรักษาความปลอดภัยถาวร

ตรวจ Protection History

  1. เปิด Windows Security
  2. เลือก Virus & threat protection
  3. เปิด Protection history
  4. ตรวจเหตุการณ์ที่ตรงกับเวลาซึ่งเกิด Error
  5. ดูชื่อและตำแหน่งไฟล์
  6. ยืนยันว่าไฟล์มาจากเกมอย่างเป็นทางการก่อนอนุญาต

ไม่ควร Restore ไฟล์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มาเพียงเพราะมีคำว่า Anti-Cheat ในชื่อ

อนุญาตเกมผ่าน Windows Firewall

  1. เปิด Windows Defender Firewall
  2. เลือก Allow an app or feature through Windows Defender Firewall
  3. คลิก Change settings
  4. อนุญาต Launcher และเกม
  5. อนุญาตบริการ Anti-Cheat ที่ถูกต้อง
  6. เลือก Private Network
  7. กด OK

หากต้องใช้ Public Network จริงจึงพิจารณาอนุญาตเพิ่มเติม

สแกนมัลแวร์

BattlEye ระบุว่ามัลแวร์ แอดแวร์ หรือโปรแกรมไม่พึงประสงค์ที่แก้ไขไฟล์ระบบและไฟล์เกมอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อเปิด BattlEye และแนะนำให้ตรวจระบบด้วยเครื่องมือรักษาความปลอดภัยที่เป็นปัจจุบัน ตาม BattlEye FAQ

อย่าปิด Antivirus ตลอดเวลา

หากสงสัยว่า Antivirus เป็นสาเหตุ ควรเพิ่มข้อยกเว้นเฉพาะไฟล์เกมและ Anti-Cheat ที่ตรวจสอบแล้ว ไม่ควรปิดการป้องกันแบบ Real-time ถาวร

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

9️⃣ อัปเดตและซ่อม Windows 10

Anti-Cheat รุ่นใหม่อาจตรวจสอบไฟล์ระบบ ไดรเวอร์ และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของ Windows หากระบบเก่าหรือไฟล์เสีย เกมอาจเปิดไม่ได้

อัปเดต Windows 10

  1. กด Windows + I
  2. เลือก Update & Security
  3. เปิด Windows Update
  4. คลิก Check for updates
  5. ติดตั้งรายการที่เหมาะสม
  6. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์

ควรตรวจข้อกำหนดของเกมด้วย เพราะเกมบางรายการอาจต้องการ Windows Build หรือคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเฉพาะ

อัปเดตไดรเวอร์

ตรวจไดรเวอร์ต่อไปนี้

  • การ์ดจอ
  • Chipset
  • Network Adapter
  • Audio
  • Storage Controller
  • อุปกรณ์ Input

ควรใช้ไดรเวอร์จากผู้ผลิตอุปกรณ์หรือผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ ไม่ควรใช้โปรแกรมรวมไดรเวอร์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

ซ่อม Windows ด้วย DISM

เปิด Command Prompt แบบ Run as administrator แล้วใช้คำสั่ง

DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth

เมื่อเสร็จแล้วใช้คำสั่ง

sfc /scannow

รอจนตรวจครบ 100% แล้วรีสตาร์ตเครื่อง

ตรวจ Virtualization และคุณสมบัติความปลอดภัย

Anti-Cheat บางระบบมีข้อกำหนดเกี่ยวกับ Secure Boot, TPM, Memory Integrity หรือ Virtualization ที่แตกต่างกัน ไม่ควรเปิดหรือปิดแบบสุ่ม ให้ตรวจข้อความ Error และคู่มือของเกมนั้นโดยตรง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🔟 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Anti-Cheat Error

Anti-Cheat Error หมายความว่าถูกแบนหรือไม่

ไม่เสมอ ส่วนใหญ่หมายถึงบริการเริ่มไม่ได้ ไฟล์เสีย หรือมีโปรแกรมขัดแย้ง หากบัญชีถูกลงโทษมักมีข้อความหรือการแจ้งเตือนแยกต่างหาก

ทำไมเกมออฟไลน์เปิดได้แต่เกมออนไลน์เปิดไม่ได้

เกมออนไลน์อาจต้องเริ่ม Anti-Cheat และเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ก่อนเข้าเกม หากบริการหรือเครือข่ายมีปัญหาจะเปิดไม่ได้

Anti-Cheat not installed แก้อย่างไร

Verify ไฟล์เกม แล้วเปิดตัวติดตั้ง Anti-Cheat ภายในโฟลเดอร์เกมเพื่อ Install หรือ Repair Service

Untrusted system file ต้องลบไฟล์หรือไม่

ไม่ควรลบทันที ให้จดชื่อไฟล์ ซ่อม Windows ด้วย SFC และติดตั้งโปรแกรมเจ้าของไฟล์ใหม่ หากเป็นไฟล์ระบบต้องใช้เครื่องมือของ Windows ซ่อม

เปิดเกมแบบ Administrator ช่วยหรือไม่

ช่วยได้เมื่อเกิดปัญหาด้านสิทธิ์ แต่ควรใช้เพื่อทดสอบและเปิด Launcher, เกม รวมถึง Anti-Cheat ด้วยระดับสิทธิ์ที่สอดคล้องกัน

ปิด Antivirus แล้วเล่นเกมได้หรือไม่

ไม่ควรปิดถาวร ให้ตรวจ Protection History แล้วเพิ่มข้อยกเว้นเฉพาะไฟล์ที่ยืนยันว่ามาจากผู้พัฒนาเกม

โปรแกรม Overlay ทำให้ Anti-Cheat Error ได้หรือไม่

เป็นไปได้ โดยเฉพาะ Overlay หรือโปรแกรม Monitoring รุ่นเก่าที่ Hook เข้ากระบวนการเกม ให้ปิดทีละโปรแกรมเพื่อทดสอบ

ต้องติดตั้ง Windows ใหม่หรือไม่

ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น ควร Verify เกม Repair Anti-Cheat ปิดโปรแกรมขัดแย้ง และซ่อม Windows ด้วย DISM กับ SFC ก่อน

ทำครบทุกวิธีแล้วยังไม่หายควรทำอย่างไร

บันทึกภาพ Error จดรหัสและชื่อไฟล์ สร้าง Log หากเกมรองรับ แล้วติดต่อฝ่ายช่วยเหลือของเกมโดยตรง เพราะผู้พัฒนาจะตรวจสอบ Error เฉพาะเวอร์ชันได้แม่นยำกว่า

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

สรุปวิธีแก้ Anti-Cheat Error ใน Windows 10

เมื่อพบ Anti-Cheat Error ใน Windows 10 ให้แก้ตามลำดับนี้

  1. จดชื่อ Anti-Cheat และรหัส Error
  2. ปิดเกมกับ Launcher ผ่าน Task Manager
  3. รีสตาร์ต Windows 10
  4. Verify หรือ Repair ไฟล์เกม
  5. Repair หรือติดตั้ง Anti-Cheat ใหม่
  6. ปิด Compatibility Mode
  7. ปิด Overlay, Mod และโปรแกรม Monitoring
  8. ตรวจ Protection History และ Firewall
  9. อัปเดต Windows กับไดรเวอร์
  10. ซ่อมระบบด้วย DISM และ SFC

ไม่ควรแก้ Anti-Cheat Error ด้วยโปรแกรม Bypass การดาวน์โหลด DLL หรือการปิดระบบรักษาความปลอดภัยถาวร ผู้ใช้สามารถติดตามคู่มือแก้ปัญหาเกมบน Windows 10 จาก comsiam เพื่อค้นหาสาเหตุตามลำดับ และใช้แนวทางของ comsiam ซ่อมไฟล์จากแหล่งทางการโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อบัญชีเกม

Popular posts from this blog

Windows 10 WiFi เปิดไม่ได้ – วิธีแก้ WiFi Not Turning On

Windows 10 ช้าหลัง Update – วิธีแก้ Slow After Update แบบช่าง IT มืออาชีพ

Activate Windows ไม่ได้ เกิดจากอะไร? วิธีแก้ปัญหา Windows ไม่แท้แบบถูกต้อง