หลายคนกำลังใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่ดี ๆ แต่จู่ ๆ เว็บไซต์ก็โหลดไม่ขึ้น และ Chrome แสดงข้อความ
ERR_NETWORK_CHANGED
ปัญหานี้พบได้บ่อยใน Windows 10 และ Windows 11 โดยเฉพาะเวลาที่ใช้ Wi-Fi หรือมีการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายระหว่างใช้งาน
จากประสบการณ์แก้ปัญหาเครื่องลูกค้าของ COMSIAM พบว่าปัญหานี้มักเกิดขึ้นเพราะระบบเครือข่ายของคอมพิวเตอร์มีการเปลี่ยนค่า IP หรือ DNS ระหว่างที่กำลังโหลดเว็บไซต์
บทความนี้จะอธิบายสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาแบบที่ช่าง IT ใช้จริง
ERR_NETWORK_CHANGED คืออะไร
ERR_NETWORK_CHANGED เป็น Error ของ Google Chrome หรือ Browser ที่ใช้ Chromium
หมายความว่า
ระบบตรวจพบว่าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของเครื่องมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างที่กำลังโหลดเว็บไซต์
ตัวอย่างเช่น
-
Wi-Fi หลุดแล้วเชื่อมต่อใหม่
-
Router เปลี่ยน IP
-
VPN เปลี่ยนเส้นทางอินเทอร์เน็ต
-
DNS เปลี่ยนระหว่างโหลดเว็บ
เมื่อ Chrome ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ก็จะแสดง Error นี้ทันที
อาการที่มักพบ
ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะพบอาการดังต่อไปนี้
-
เว็บไซต์โหลดไม่ขึ้น
-
Chrome แจ้ง ERR_NETWORK_CHANGED
-
อินเทอร์เน็ตเหมือนหลุดชั่วคราว
-
กด Refresh แล้วบางครั้งกลับมาใช้งานได้
-
บางเว็บไซต์เข้าได้ แต่บางเว็บเข้าไม่ได้
อาการเหล่านี้มักเกิดแบบสุ่ม และสร้างความรำคาญให้ผู้ใช้ไม่น้อย
สาเหตุที่ทำให้เกิด ERR_NETWORK_CHANGED
สาเหตุที่พบได้บ่อยมีหลายอย่าง เช่น
1. Router แจก IP ใหม่
Router บางรุ่นจะรีเฟรช IP เป็นระยะ ทำให้ Network เปลี่ยนระหว่างโหลดเว็บ
2. Wi-Fi หลุดชั่วคราว
สัญญาณ Wi-Fi ที่ไม่เสถียรอาจทำให้ระบบเครือข่ายรีเซ็ต
3. VPN ทำงาน
VPN จะเปลี่ยนเส้นทางอินเทอร์เน็ต ทำให้ Chrome มองว่า Network เปลี่ยน
4. DNS มีปัญหา
DNS Cache ที่เสียอาจทำให้ Browser เชื่อมต่อผิดพลาด
5. Network Adapter รีเซ็ต
Driver ของการ์ดแลนอาจรีเซ็ตเองระหว่างใช้งาน
วิธีตรวจสอบปัญหาเบื้องต้น
ก่อนแก้ปัญหา ลองตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้ก่อน
-
อินเทอร์เน็ตเครื่องอื่นใช้งานได้หรือไม่
-
Router มีไฟ Internet ปกติหรือไม่
-
ปัญหาเกิดกับ Chrome อย่างเดียวหรือทุก Browser
-
มีการเปิด VPN อยู่หรือไม่
การตรวจสอบเหล่านี้ช่วยให้หาสาเหตุได้เร็วขึ้น
วิธีแก้ ERR_NETWORK_CHANGED
วิธีที่ 1 รีสตาร์ท Router
นี่คือวิธีที่ง่ายและได้ผลมากที่สุด
ขั้นตอน
-
ปิด Router
-
รอประมาณ 30 วินาที
-
เปิด Router ใหม่
-
เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกครั้ง
การรีสตาร์ท Router จะทำให้ระบบเครือข่ายเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
วิธีที่ 2 ล้าง DNS Cache
DNS Cache ที่เสียอาจทำให้ Browser เชื่อมต่อเว็บไซต์ผิดพลาด
ขั้นตอน
-
กด Start Menu
-
พิมพ์ cmd
-
คลิก Run as administrator
จากนั้นพิมพ์คำสั่ง
ipconfig /flushdns
แล้วกด Enter
วิธีนี้เป็นวิธีที่ทีมช่าง คอมสยาม ใช้บ่อยมากในการแก้ปัญหาเข้าเว็บไซต์ไม่ได้
วิธีที่ 3 รีเซ็ต Network ใน Windows
Windows มีฟังก์ชัน Reset Network ที่ช่วยแก้ปัญหาเครือข่ายได้ดี
ขั้นตอน
-
ไปที่ Settings
-
เลือก Network & Internet
-
เลือก Network Reset
-
กด Reset now
หลังจากนั้นเครื่องจะ Restart
วิธีที่ 4 ปิด VPN หรือ Proxy
ถ้าคุณใช้ VPN อยู่ ลองปิดก่อนแล้วลองเข้าเว็บไซต์อีกครั้ง
VPN บางตัวจะเปลี่ยนเส้นทางเครือข่ายตลอดเวลา ทำให้ Chrome แจ้ง Error นี้
วิธีที่ 5 ปิดแล้วเปิด Network Adapter ใหม่
ขั้นตอน
-
กด Windows + R
-
พิมพ์
ncpa.cpl
-
คลิกขวาที่ Network Adapter
-
เลือก Disable
-
จากนั้นเลือก Enable
วิธีนี้ช่วยรีเซ็ตการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันที
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้อีก
เพื่อป้องกัน ERR_NETWORK_CHANGED ในอนาคต ควรทำดังนี้
-
ใช้ Router คุณภาพดี
-
อัปเดต Network Driver
-
หลีกเลี่ยงการใช้ VPN หลายตัวพร้อมกัน
-
ตั้งค่า DNS ที่เสถียร เช่น Google DNS หรือ Cloudflare DNS
การตั้งค่าเหล่านี้ช่วยให้เครือข่ายเสถียรมากขึ้น
สรุป
ERR_NETWORK_CHANGED เป็นปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายระหว่างโหลดเว็บไซต์
สาเหตุหลักมักมาจาก
-
Router เปลี่ยน IP
-
Wi-Fi หลุด
-
VPN ทำงาน
-
DNS Cache มีปัญหา
วิธีแก้ที่ได้ผลมากที่สุดคือ
-
Restart Router
-
Flush DNS
-
Reset Network
-
ปิด VPN
ในกรณีส่วนใหญ่ ปัญหาจะหายภายในไม่กี่นาที
คำถามชวนคิดและชวนคอมเมนต์
คุณเคยเจอปัญหา ERR_NETWORK_CHANGED บ่อยไหม
และคุณใช้วิธีไหนแก้ได้ผลที่สุด
ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณได้เลย 👇